How To Be คือภาพยนตร์แนว coming-of-age ที่เล่าถึงชีวิตของ อาร์ต (โรเบิร์ต แพททินสัน จาก Twilight และ The Twilight Saga: New Moon) นักดนตรีหนุ่มสุดเซอร์ ที่กำลังก้าวเข้าไปในช่วงชีวิตที่เขาเรียกว่า “วิกฤตวัยรุ่น” ซึ่งเกิดจากการที่เขาถูกแฟนสาวทิ้ง แถมยังต้องย้ายกลับเข้ามาอยู่บ้านกับพ่อแม่ ที่ดูไม่ยินดีกลับการมาของเขาเท่าไรนัก
รอนนี่ ชายหนุ่มผู้เป็นโรคกลัวพื้นที่กว้าง และเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของ อาร์ต ก็มีปัญหาของตัวเองเช่นกัน เขาอาศัยอยู่ในอพาร์ทเม้นท์กลางกรุงลอนดอน ที่เต็มไปด้วยข้าวของและเพลงอิเล็คทรอนิค รอนนี่ ต้องการตั้งวงดนตรีร่วมกับ อาร์ต และเพื่อนจอมเวิ่นเว้ออีกคนอย่าง นิคกี้ แต่ความฝันของพวกเขาก็ไม่ได้ก้าวไปไหนเกินกว่าการซ้อมดนตรีบนหลังคาแฟล็ต
เบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์
ผู้กำกับ โอลิเวอร์ เออร์วิ่ง ได้เริ่มคิดถึงโปรเจ็ค How To Be ตั้งแต่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนสอนทำภาพยนตร์ในปี 2003 ด้วยการร่วมงานกับผู้ที่ร่วมสร้างสรรค์ผลงานกันอย่างยาวนาน และเป็นเพื่อนสนิทอย่าง โจ เฮสติ้งส์ โดยพวกเขาช่วยกันพัฒนาบท ในขณะเดียวกันก็ร่วมกันเขียนเพลงประกอบที่จะถูกนำมาใช้ในภาพยนตร์
องค์ประกอบในเรื่องของดนตรีถูกซักซ้อมตั้งแต่เริ่มแรก เพื่อที่จะนำมาใช้ดัดแปลงไปตามอารมณ์ของบทภาพยนตร์ ซึ่งก็ได้ความร่วมมือจากเพื่อนเก่าของ โอลิเวอร์ อย่าง ไมเคิล เพียร์ซ และ จอห์นนี่ ไวท์ ผู้ที่เข้ามารับบทเป็นเพื่อนของพระเอกอย่าง นิคกี้ และ รอนนี่ ในภาพยนตร์เรื่อง How To Be อีกด้วย โอลิเวอร์ ชี้ให้เห็นว่า ฝึกซ้อมกันอย่างยาวนาน เป็นหนทางสู่การสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ภายใต้ระยะเวลาที่จำกัด
ผู้อำนวยการสร้าง จัสติน เคลลี่ เข้ามาร่วมในโปรเจ็คตั้งแต่ปี 2004 พวกเขาใช้เวลา 2 ปีในการพัฒนาบทภาพยนตร์ และคัดสรรบุคลากรที่จะเข้ามาร่วมงาน How To Be ถ่ายทำภายในระยะเวลา 25 วัน ตั้งแต่ต้นปี 2007 ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ด้วยทีมงานและนักแสดงที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ และทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถถ่ายทำตามเวลาและไม่เกินงบประมาณ
How To Be เป็นการเดินทางของ อาร์ต ที่เปี่ยมไปด้วยความสนุกและน่าค้นหา เพื่อที่จะได้ค้นหาความเป็นตัวตนของเขา ทั้งความสัมพันธ์ที่เปราะบางระหว่างเขากับพ่อแม่ และมิตรภาพระหว่างเขาและเพื่อนๆที่มีนิสัยแปลกประหลาด ทุกอย่างถูกสร้างด้วยความละเอียดอ่อน แต่ก็ยังเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขัน How to Be คือการมองการเจริญเติบโตของวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน ที่พร้อมระเบิดพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาตัวเอง
อาร์ต ได้รู้จักกับ ดร เลวิ เอลลิงตั้น กูรูผู้แต่งหนังสือพัฒนาตัวเองที่ชื่อ It’s Not Your Fault โดยเขาขอร้องให้ ดร เอลลิงตัน ย้ายมาอยู่กับเขาพ่อแม่ และใช้เงินที่ได้จากกองมรดกจ้าง ดร เอลลิงตั้น ให้เป็นผู้ช่วยนำทางชีวิตเขาแบบเต็มเวลา และคอยติดตาม อาร์ต ไปทุกหนทุกแห่ง

