<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>HotVariety.com &#187; ผู้หญิงกับสุขภาพ</title>
	<atom:link href="http://www.hotvariety.com/archives/category/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.hotvariety.com</link>
	<description>รวมเรื่องทิปความสวยผู้หญิง - แต่งหน้า ทรงผม สุขภาพ เกมส์ ความรัก แฟชั่นเสื้อผ้า</description>
	<lastBuildDate>Fri, 09 Jul 2010 13:50:25 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เทคนิคเรียกสวยใน 5 นาที</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1942</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1942#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Mar 2010 00:16:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความสวย]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคเรียกสวยใน 5 นาที]]></category>
		<category><![CDATA[เรียกความสวย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1942</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/>
กระชับผิว เรียกเลือดฝาก
สำหรับ สูตรเด็ดช่วยปลุกผิวช่วงเช้าๆ เปิดน้ำเย็นใส่อ่าง  เทน้ำแข็งลงไปพอให้เย็นจัดๆ ค่อยวักน้ำสาดผิวหน้าเบาๆ 10 ครั้ง ตาสว่าง  ผิวจะค่อยๆฝาดเลือด
เปิดไหล่
สาวยิมรู้ดีเชียว เรื่องนี้ หลังออกกำลังกาย เลือดจะปั๊มเข้ากล้ามเนื้อมากกว่าปกติ  สัดส่วนช่วงที่ออกกำลังกายจะดูกระชับกว่าที่เคยเป็นไปได้นานราว 1-3 ชั่วโมง  รู้อย่างนี้ ถึงคราวต้องใส่สายเดียวโปรโมตความขาว วิดพื้นเลยน้อง  อย่างน้อยๆก็ 10 ครั้ง แต่อย่าเกิน 50 ครั้ง  พอให้กระชับจะน่าประชิดมากกว่ากล้ามใหญ่ๆนะจ๊ะ
ผมหนาเซ็กซี่
คืนนี้กะ สะพรั่งรับอรุณ ไม่ต้องใช้เวลาครึ่งค่อนวันนั่งไดร์ผม  คว้าโรลอันโตๆม้วนผมที่แห้งแล้วทีละช่อ ม้วนให้ทั่วศรีษะเลย เปิดไดร์ลมร้อน  เป่าโรลทุกอันให้มีอาการร้อนๆให้ทั่วถึง แล้วปล่อยให้เย็นสนิท  (ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที) ค่อยๆแกะโรลออก แปรงลูบเบาๆสักหน่อย  เซ็กซี่เชียวค่ะ
ฟื้นผิวใส
สูรนี้  สวยด่วนสั่งได้
บีบน้ำส้ม ใช้นิ้วตบน้ำส้มให้ทั่วผิวหน้าที่ล้างสะอาด  ผิวจะใสๆกระจ่างๆไปนานหลายชั่วโมง ผิวได้รับวิตามินซีสดๆจากส้ม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1942"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1942" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/210.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1943" title="2" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/210.jpg" alt="" width="300" height="400" /></a></p>
<p>กระชับผิว เรียกเลือดฝาก<br />
สำหรับ สูตรเด็ดช่วยปลุกผิวช่วงเช้าๆ เปิดน้ำเย็นใส่อ่าง  เทน้ำแข็งลงไปพอให้เย็นจัดๆ ค่อยวักน้ำสาดผิวหน้าเบาๆ 10 ครั้ง ตาสว่าง  ผิวจะค่อยๆฝาดเลือด</p>
<p>เปิดไหล่<br />
สาวยิมรู้ดีเชียว เรื่องนี้ หลังออกกำลังกาย เลือดจะปั๊มเข้ากล้ามเนื้อมากกว่าปกติ  สัดส่วนช่วงที่ออกกำลังกายจะดูกระชับกว่าที่เคยเป็นไปได้นานราว 1-3 ชั่วโมง  รู้อย่างนี้ ถึงคราวต้องใส่สายเดียวโปรโมตความขาว วิดพื้นเลยน้อง  อย่างน้อยๆก็ 10 ครั้ง แต่อย่าเกิน 50 ครั้ง  พอให้กระชับจะน่าประชิดมากกว่ากล้ามใหญ่ๆนะจ๊ะ</p>
<p>ผมหนาเซ็กซี่<br />
คืนนี้กะ สะพรั่งรับอรุณ ไม่ต้องใช้เวลาครึ่งค่อนวันนั่งไดร์ผม  คว้าโรลอันโตๆม้วนผมที่แห้งแล้วทีละช่อ ม้วนให้ทั่วศรีษะเลย เปิดไดร์ลมร้อน  เป่าโรลทุกอันให้มีอาการร้อนๆให้ทั่วถึง แล้วปล่อยให้เย็นสนิท  (ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที) ค่อยๆแกะโรลออก แปรงลูบเบาๆสักหน่อย  เซ็กซี่เชียวค่ะ</p>
<p>ฟื้นผิวใส<br />
สูรนี้  สวยด่วนสั่งได้<br />
บีบน้ำส้ม ใช้นิ้วตบน้ำส้มให้ทั่วผิวหน้าที่ล้างสะอาด  ผิวจะใสๆกระจ่างๆไปนานหลายชั่วโมง ผิวได้รับวิตามินซีสดๆจากส้ม  วิตามินซีมีฤทธิ์ต้านอนุมุลอิสระ ขัดผิวอ่อนๆ ช่วยกระชับผิวน้อยๆ  กลิ่นส้มอ่อนๆที่ติดมา จะจางจากผิวในเวลารวดเร็ว แต่ถึงไม่จาง  ผู้หญิงรับได้ค่ะ กลิ่มส้มจัดเป็นหนึ่งกลิ่น<br />
เทรนดี้  ถูกสกัดให้ผสมในน้ำหอมมาแล้วนับร้อยชนิด</p>
<p>แก้มปลั่งใส<br />
เรียกอาการแก้ม ใส คล้ายจะอินโนเซนต์แต่ไม่นะ แอบใช้ลิปกลอสเนื้อใสบาง ป้ายๆโหนกแก้ม  (ไม่มีลิปกลอสก็ใช้วาสลีน ปิโตรเลียม เจลลี่ พอแทนกันได้)  ป้ายพอกิ๊กไม่ต้องมาก ประกายใสๆจะกระจายแสงที่ตกกระทบแก้มไหวๆ ล่อตาคนมอง  เซ็กซี่เป็นไฮไลต์เท่านั้นนะตัวเอง</p>
<p>นัยน์ตาปิ๊งๆๆ<br />
สาวร้อนร้อย ฟาเรนไฮต์ก็มีวันตาละเหี่ย ตาโรยเป็นกุหลาบกลีบขยี้  ใช้แตงกวาฝานบางๆชุบน้ำโสก (โสมเป็นซองเทชงไปเลย ไม่มีโสม  ใช้น้ำชาแก่ๆแทนได้) ไม่ได้ให้ทานลงไปนะคะ นำมาแปะดวงตา 5 นาที ตาใสปิ๊ง</p>
<p>ผิวประกาย<br />
เบื่อทากันแดดกัน หรือเปล่า รู้ทั้งรู้ว่าอยากผิวขาว ผิวดูอ่อนเยาว์ไปนานเท่านาน  คาถาเดียวที่ได้ผลสูงสุดอยู่ที่หลบแดดและทากันแดด  แต่ยังเบื่อต้องทาทุกวันๆนี่  ผสมครีมกันแดดกับครีมเนื้อประกายประเภทชิมเมอร์ครีม  หรือไม่ก็ผสมผงอายแชโดว์สีชมพูหรือสีน้ำผึ้งกับครีมกันแดด  แล้วทาให้ทั่วผิวกายผิวหน้าคุณจะผ่อง ขยับนิดขยับหน่อย แสงตกวิบวับ  ชวนเหลียวชวนมอง แล้วอาการเบื่อทากันแดดจะหาย</p>
<p>เล็บเธอ<br />
ไม่มีเวลาทาเล็บและ ยังต้องคอยอีก 2-3 ชั่วโมงให้เล็บแห้ง ขอเวลาแค่ 1 นาที  ใช้ลิบบาล์มที่คุณกันปากแตก  ลูบๆลงไปที่เล็บแทนหรือไม่ก็นวดน้ำมันบำรุงเล็บลงให้ทั่ว เล็บจะดูใส  สุขภาพดี แลดูสะอาดตาขึ้นมาทันที เทรนด์เมกอัพสมัยใหม่  นิยมแต่งหน้าโชว์ผิวสุขภาพดี หน้าใสๆ สีแก้มสีปากลงพอชวนเอ็นดู  แฟชั่นสีเล็บก็เช่นกัน นิยมเล็บใสๆ ดูสุขภาพดี</p>
<p>ยิ้มฟันสวย<br />
ยิ้มทีฟันเหลือ  หนุ่มหัวใจกล้าหาญก็กระเจิง ผสมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 1  ช้อนชากับโซเดียมไบคาร์บอเนต 1 ช้อนชา (ตัวแรกซื้อที่ร้านขายยา  ตัวหลังเรียกกันเบกกิ้งโซดา หาซื้อที่ซูเปอร์มาร์เก็ต)  ใช้แปรงฟันเพียงอาทิตย์ละครั้งจะช่วยลดคราบเหลืองจากชา กาแฟ และบุหรี่  ระวัง อย่ากลืนลงไปด้วยก็แล้วกัน</p>
<p>ความลับสุดท้าย<br />
ความสุขภาย ในช่วยให้ผู้หญิงดูสวยขึ้น แต่พอเธอเครียด  กล้ามเนื้อใบหน้าเธอทุกมัดจะหดเกร็ง ความแก่ขึ้นริ้วทันที  เมื่อใดที่รู้สึกเครียด ขอให้หลับตาลง ในใจนับ &#8220;หนึ่ง &#8221; ขึ้นไปถึง &#8220;ร้อย&#8221;  ช้าๆแล้วนับจาก &#8220;ร้อย&#8221; กลับมาหา &#8220;หนึ่ง&#8221; อีกครั้ง ใช้เวลาเพียง 5 นาที  จิตใจคุณจะโปร่งขึ้น ความเครียดจะน้อยลง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1942/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แก้ไขแผ่นหลังที่มีแต่ผดผื่น</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1773</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1773#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Mar 2010 03:33:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ผดผื่น]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ไขแผ่นหลังที่มีแต่ผดผื่น]]></category>
		<category><![CDATA[แผ่นหลัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1773</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/>
ใคร มีแผ่นหลังที่มีผดผื่นหรือสิวบ้าง เชิญทางนี้เลยค่ะ คนที่มีสิวหรือผดผื่นที่หลัง ก็มักจะใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด ไม่กล้าใส่เสื้อผ้าตามแฟชั่น
ก่อนอื่นเลยค่ะ หลีกเลี่ยงจากสิ่งที่ทำให้เกิดผดผื่นดังกล่าวเสียก่อนค่ะ นั่นก็คือแสงแดด ความอับชื้น เหงื่อ เป็นต้น ควรเลือกเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดีค่ะ
นอกจากนี้ยังมีอีกสาเหตุ ค่ะ นั่นคือ ไม่ยอมอาบน้ำโดยเฉพาะตอนเย็น หรือที่นอนสกปรกก็เป็นสาเหตุให้เกิดสิวที่หลังได้นะคะ เพราะตอนกลางคืนขณะที่เราหลับ สิ่งสกปรกเหล่านี้จะมาอุดตันได้ง่ายค่ะ หากที่นอน หมอน หรือชุดนอนเราสกปรก (ใส่หลาย ๆ วันเพราะคิดว่าอยู่ห้องแอร์ไม่มีเหงื่อ) หรือไม่อาบน้ำแล้วมานอนเลยก็อาจทำให้เกิดสิวที่หลังได้ง่าย ๆ ค่ะ
รู้อย่างนี้แล้วนะคะ อย่าหมักหมมเด็ดขาดค่ะ หมั่นซักผ้าปูที่นอน ชุดนอน และอาบน้ำทุกครั้งก่อนนอนค่ะ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1773"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1773" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/56369back.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1774" title="56369back" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/56369back.jpg" alt="" width="300" height="448" /></a></p>
<p>ใคร มีแผ่นหลังที่มีผดผื่นหรือสิวบ้าง เชิญทางนี้เลยค่ะ คนที่มีสิวหรือผดผื่นที่หลัง ก็มักจะใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด ไม่กล้าใส่เสื้อผ้าตามแฟชั่น</p>
<p>ก่อนอื่นเลยค่ะ หลีกเลี่ยงจากสิ่งที่ทำให้เกิดผดผื่นดังกล่าวเสียก่อนค่ะ นั่นก็คือแสงแดด ความอับชื้น เหงื่อ เป็นต้น ควรเลือกเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ระบายความร้อนได้ดีค่ะ</p>
<p>นอกจากนี้ยังมีอีกสาเหตุ ค่ะ นั่นคือ ไม่ยอมอาบน้ำโดยเฉพาะตอนเย็น หรือที่นอนสกปรกก็เป็นสาเหตุให้เกิดสิวที่หลังได้นะคะ เพราะตอนกลางคืนขณะที่เราหลับ สิ่งสกปรกเหล่านี้จะมาอุดตันได้ง่ายค่ะ หากที่นอน หมอน หรือชุดนอนเราสกปรก (ใส่หลาย ๆ วันเพราะคิดว่าอยู่ห้องแอร์ไม่มีเหงื่อ) หรือไม่อาบน้ำแล้วมานอนเลยก็อาจทำให้เกิดสิวที่หลังได้ง่าย ๆ ค่ะ</p>
<p>รู้อย่างนี้แล้วนะคะ อย่าหมักหมมเด็ดขาดค่ะ หมั่นซักผ้าปูที่นอน ชุดนอน และอาบน้ำทุกครั้งก่อนนอนค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1773/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อาการปวด ศีรษะไมเกรนกับการมีรอบเดือน</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1769</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1769#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Mar 2010 03:26:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[Migraines]]></category>
		<category><![CDATA[การมีรอบเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[อาการปวด ศีรษะ]]></category>
		<category><![CDATA[อาการปวด ศีรษะไมเกรนกับการมีรอบเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[ไมเกรน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1769</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/>
สาวๆ ทราบไหมคะว่า โดยเฉลี่ยแล้ว มีสถิติออกมาว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีอาการปวดศีรษะข้างเดียวหรือที่เรียกว่าไมเกรน (Migraines) จะเป็นผู้หญิง  และใน 60 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มนี้ จะมีอาการปวดศีรษะและเกิดขึ้นในช่วงที่มีรอบเดือนอีกด้วยล่ะค่ะ
หลายคนคงเกิดคำถามว่า ทำไม ฮอร์โมนถึงทำให้เราปวดศีรษะได้ การ ปวดศีรษะของสาวๆ มีผลพวงที่เกิดมาจากการเปลี่ยนแปลงระดับที่ลดต่ำลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ ผลิตจากรังไข่  ในระหว่างหรือหลังการมีประจำเดือนนั่นเองค่ะ  อาการนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่อายุประมาณ 14 ปีขึ้นไป โดยปวดศีรษะข้างเดียว ลักษณะปวดเป็นแบบปวดตุ้บๆ หรือแปล๊บๆ ตำแหน่งที่ปวดอาจจะแตกต่างกัน เช่น กระบอกตา ขมับท้ายทอย หรือทั่วศีรษะ หรือสลับข้างซ้ายขวาอย่างรุนแรง บางครั้งอาจทำให้คลื่นไส้หรืออาเจียนได้
วิธีในการป้องกันและลดความรุนแรง ควรเริ่มจากการออกกำลังกายเป็นประจำ สม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายสร้างสารต่อต้านความเจ็บปวด หรือที่เราคุ้นเคยกับคำว่า เอ็นดอร์ฟิน นั่นเองค่ะ เอ็น ดอร์ฟินมีโครงสร้างคล้ายกับโครงสร้างของมอร์ฟีนจึงมีสรรพคุณเหมือนเป็นยาแก้ ปวดอย่างดีเลยทีเดียว ขณะเดียวกันการออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้นอนหลับสบาย ระบบฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายปรับตัวสมดุล เมื่อภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลในช่วงมีประจำเดือนลดลง จะส่งผลให้อาการปวดศีรษะไมเกรนลดลงด้วย
นอกจากนั้นควรลดตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดไม เกรนลง เช่น ลดความเครียด ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ รับประทานยาในกลุ่มแอนตี้พรอสตาแกลนดินที่ช่วยลดอาการปวดศีรษะไมเกรนในช่วง ที่มีประจำเดือนได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรปรึกษาแพทย์หรือ เภสัชกรก่อนใช้ยา โดยเฉพาะผู้มีปัญหาเกี่ยวกับโรคกระเพาะอาหารนะคะ
ใน การรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนช่วงที่มีรอบเดือน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1769"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1769" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/7540381274.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1770" title="7540381274" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/7540381274.jpg" alt="" width="400" height="302" /></a></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;"><strong>สาวๆ ทราบไหมคะว่า โดยเฉลี่ยแล้ว มีสถิติออกมาว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีอาการปวดศีรษะข้างเดียวหรือที่เรียกว่าไมเกรน (Migraines) จะเป็นผู้หญิง  และใน 60 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มนี้ จะมีอาการปวดศีรษะและเกิดขึ้นในช่วงที่มีรอบเดือนอีกด้วยล่ะค่ะ</p>
<p></strong>หลายคนคงเกิดคำถามว่า<strong> ทำไม ฮอร์โมนถึงทำให้เราปวดศีรษะได้</strong> การ ปวดศีรษะของสาวๆ มีผลพวงที่เกิดมาจากการเปลี่ยนแปลงระดับที่ลดต่ำลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ ผลิตจากรังไข่  ในระหว่างหรือหลังการมีประจำเดือนนั่นเองค่ะ  อาการนี้มักจะเกิดขึ้นกับผู้หญิงที่อายุประมาณ 14 ปีขึ้นไป โดยปวดศีรษะข้างเดียว ลักษณะปวดเป็นแบบปวดตุ้บๆ หรือแปล๊บๆ ตำแหน่งที่ปวดอาจจะแตกต่างกัน เช่น กระบอกตา ขมับท้ายทอย หรือทั่วศีรษะ หรือสลับข้างซ้ายขวาอย่างรุนแรง บางครั้งอาจทำให้คลื่นไส้หรืออาเจียนได้</p>
<p><strong>วิธีในการป้องกันและลดความรุนแรง</strong> ควรเริ่มจากการออกกำลังกายเป็นประจำ สม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายสร้างสารต่อต้านความเจ็บปวด หรือที่เราคุ้นเคยกับคำว่า เอ็นดอร์ฟิน นั่นเองค่ะ เอ็น ดอร์ฟินมีโครงสร้างคล้ายกับโครงสร้างของมอร์ฟีนจึงมีสรรพคุณเหมือนเป็นยาแก้ ปวดอย่างดีเลยทีเดียว ขณะเดียวกันการออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้นอนหลับสบาย ระบบฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายปรับตัวสมดุล เมื่อภาวะฮอร์โมนไม่สมดุลในช่วงมีประจำเดือนลดลง จะส่งผลให้อาการปวดศีรษะไมเกรนลดลงด้วย</p>
<p><strong>นอกจากนั้นควรลดตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดไม เกรนลง</strong> เช่น ลดความเครียด ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ รับประทานยาในกลุ่มแอนตี้พรอสตาแกลนดินที่ช่วยลดอาการปวดศีรษะไมเกรนในช่วง ที่มีประจำเดือนได้ แต่ทั้งนี้ก็ควรปรึกษาแพทย์หรือ เภสัชกรก่อนใช้ยา โดยเฉพาะผู้มีปัญหาเกี่ยวกับโรคกระเพาะอาหารนะคะ</p>
<p><strong>ใน การรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนช่วงที่มีรอบเดือน ควรจะดูแลเรื่องการรับประทานอาหารเพิ่มเติมด้วย มีตัวอย่างอาหารบางประเภทที่เป็นของโปรดของสาวๆ แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันอาการปวดดังนี้ค่ะ<br />
</strong><br />
-กาเฟอีน มักจะพบในชาและกาแฟ</p>
<p>-สารแทนนินและไทรามีน สารแทนนินเป็นสารธรรมชาติที่มีอยู่ในอาหาร เช่น ชา กาแฟ ช็อกโกแลต ไวน์แดง ส่วนสารไทรามีนเป็นสารลดระดับ<br />
เซโรโทนินในร่างกาย ซึ่งมีอยู่ในกล้วยสุกงอม ช็อกโกแลต เบียร์ เมล็ดพืชบางประเภท และถั่วต่างๆ</p>
<p>-เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์</p>
<p>-น้ำตาลเทียม ผงชูรส และสารเจือปนอาหารอื่นๆ</p>
<p><strong>ส่วนอาหารที่ช่วยลดความรุนแรงและความถี่ของ ไมเกรน</strong> ได้แก่ อาหารที่มีวิตามินบี 12 สูง เช่น เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ นม เนยแข็ง นั่นเองค่ะ รู้อย่างนี้แล้ว สาวๆ ก็มีวิธีระวังและป้องกันการปวดศีรษะไมเกรนในช่วงที่มีประจำเดือน ได้ถูกทางแล้วล่ะค่ะ</span></p>
<p><span style="font-family: Tahoma;">ที่มา </span>ลอริเอะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1769/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ยาหมดอายุจะรู้ได้อย่างไร</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1766</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1766#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 13 Mar 2010 03:25:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ยาหมดอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[ยาหมดอายุจะรู้ได้อย่างไร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1766</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/>ยาทุกชนิดจะมีอายุระยะหนึ่งแล้วจะมีวันหมดอายุ โดยสามารถทราบวันหมดอายุได้จากฉลากยา ซึ่งจะบ่งบอกวันหมดอายุไว้หรือหากมีเฉพาะวันผลิตก็ไม่ควรใช้ยานั้นหลังผลิตไปแล้ว 5 ปี สำหรับยาทั่วไปหรือไม่เกิน 3 ปี สำหรับยาปฏิชีวนะแม้ว่าจะยังไม่พบว่ายานั้นเปลี่ยนสภาพไปจากปกติเมื่อมองดูด้วยตาเปล่าก็ตาม เพราะจะถือว่ายาดังกล่าวหมดอายุแล้ว
แต่หากเมื่อใดการเก็บรักษาอยู่ในสภาพไม่เหมาะสม เช่น ทิ้งไว้ในซองยาที่ภาชนะปิดไม่สนิทและไม่มีสารกันชื้น เก็บในที่ร้อนถูกแสงแดด อยู่ในที่ความชื้นเข้าไปได้ ยานั้นก็จะมีการเสื่อมสภาพก่อนอายุจริงได้ ก็ไม่ควรนำยานั้นมาใช้เช่นกัน
ลักษณะการเสื่อมสภาพของยาอาจสังเกตได้ดังนี้

ยาเม็ด เม็ดยาจะมีลักษณะแตกร่วน เปลี่ยนสี ยาที่เคลือบน้ำตาลเยิ้มเหนียว เป็นรอยด่างหรือแตกร่อน เป็นต้น
ยาแคปซูล แคปซูลจะบวม พองออก หรือจับตัวกัน
ยาน้ำแขวนตะกอน เช่น ยาลดกรด ยาแก้ท้องเสีย ตะกอนจะจับกันเป็นก้อนแข็ง เขย่าแรงๆ ก็ไม่กระจายตัว หรือกลิ่น สี รสยาเปลี่ยนไปจากเดิม
ยาน้ำเชื่อม เช่น ยาน้ำลดไข้สำหรับเด็ก ยาจะขุ่นมีตะกอน สีเปลี่ยน มีกลิ่นบูดเปรี้ยว
การใช้ยาอย่างถูกวิธีจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการรักษา หากใช้ยาผิด ยาเก่าเก็บ หรือใช้ยานอกเหนือจากคำแนะนำของแพทย์ก็อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีได้
ที่มาhttp://www.bangkokhealth.com/
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1766"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1766" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/550634_20090519160849_.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1767" title="550634_20090519160849_" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/550634_20090519160849_.jpg" alt="" width="412" height="232" /></a>ยาทุกชนิดจะมีอายุระยะหนึ่งแล้วจะมีวันหมดอายุ โดยสามารถทราบวันหมดอายุได้จากฉลากยา ซึ่งจะบ่งบอกวันหมดอายุไว้หรือ<span style="color: #ff6600;">หากมีเฉพาะวันผลิตก็ไม่ควรใช้ยานั้นหลังผลิตไปแล้ว 5 ปี สำหรับยาทั่วไปหรือไม่เกิน 3 ปี สำหรับยาปฏิชีวนะ</span>แม้ว่าจะยังไม่พบว่ายานั้นเปลี่ยนสภาพไปจากปกติเมื่อมองดูด้วยตาเปล่าก็ตาม เพราะจะถือว่ายาดังกล่าวหมดอายุแล้ว</p>
<p>แต่หากเมื่อใดการเก็บรักษาอยู่ในสภาพไม่เหมาะสม เช่น ทิ้งไว้ในซองยาที่ภาชนะปิดไม่สนิทและไม่มีสารกันชื้น เก็บในที่ร้อนถูกแสงแดด อยู่ในที่ความชื้นเข้าไปได้ ยานั้นก็จะมีการเสื่อมสภาพก่อนอายุจริงได้ ก็ไม่ควรนำยานั้นมาใช้เช่นกัน</p>
<p><strong>ลักษณะการเสื่อมสภาพของยาอาจสังเกตได้ดังนี้<br />
</strong><br />
<span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff6600;">ยาเม็ด</span></span> เม็ดยาจะมีลักษณะแตกร่วน เปลี่ยนสี ยาที่เคลือบน้ำตาลเยิ้มเหนียว เป็นรอยด่างหรือแตกร่อน เป็นต้น</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff6600;">ยาแคปซูล</span></span> แคปซูลจะบวม พองออก หรือจับตัวกัน</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff6600;">ยาน้ำแขวนตะกอน</span></span> เช่น ยาลดกรด ยาแก้ท้องเสีย ตะกอนจะจับกันเป็นก้อนแข็ง เขย่าแรงๆ ก็ไม่กระจายตัว หรือกลิ่น สี รสยาเปลี่ยนไปจากเดิม</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff6600;">ยาน้ำเชื่อม</span></span> เช่น ยาน้ำลดไข้สำหรับเด็ก ยาจะขุ่นมีตะกอน สีเปลี่ยน มีกลิ่นบูดเปรี้ยว</p>
<p>การใช้ยาอย่างถูกวิธีจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการรักษา หากใช้ยาผิด ยาเก่าเก็บ หรือใช้ยานอกเหนือจากคำแนะนำของแพทย์ก็อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีได้</p>
<p><strong>ที่มาhttp://www.bangkokhealth.com/</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1766/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>6 ช่วงเวลาความสุขเซ็กซ์</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1726</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1726#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Mar 2010 06:03:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[6 ช่วงเวลาความสุขเซ็กซ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1726</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/>
แม้จะไม่มีข้อ จำกัดในเรื่องเวลาของการประกอบกิจความสุขของเซ็กซ์ แต่เวลาความสุขที่แตกต่างก็ให้อารมณ์ที่ไม่ซ้ำรสกัน ต่างก็มีรสรักในแบบและในแสงเฉพาะตัว
 แต่เช้าตรู่ (Early Morning)
หลาย คนคงจะโปรดการลุกออกจากเตียงไปจ็อกกิ้งพลางดื่มด่ำกั บธรรมชาติอันแสนสดชื่น ยามเช้า แต่สำหรับคนขี้เซา การเรียกความกระชุ่มกระชวนกลับมาจากนิทราด้วยเซ็กซ์ร ับอรุณจะช่วยคืนความ กระปรี้กระเปร่าให้กับคุณและเขาโดยไม่ต้องพึ่งคาปูชิ โนแก้วใดอย่างเคยเลยล่ะ ร่างกายที่ไม่หยุดพักผ่อนมาหลายชั่วโมง สัมผัสของเซ็กซ์จะเป็นเหมือนน้ำมันเครื่องหล่อลื่นเพ ิ่มความคล่องตัวและคืน สมรรถนะการใช้งานสูงสุดให้กับคุณ เซ็กซ์ที่มีการฟาดสัมผัสปะทะอารมณ์กันอย่างรุนแรงในย ามเช้า สามารถเรียกเหงื่อและเบิร์นแคลอรี่ให้กับคุณพอๆ กับการบริหารร่างกายเบาๆ ในตอนเช้าเลยล่ะ ที่ให้ผลแตกต่างกันก็คือเซ็กซ์ให้ความสุขใจสบายอารมณ ์มากกว่ากันเยอะ
ข้อดี … การถูกปลุกอารมณ์มีผลรุนแรงและร้ายกาจกว่าเสียงปลุกอ ันบาดหูของนาฬิกาปลุกหลายเท่านัก
ข้อเสีย .. หลังจากการนอนหลับผ่านไปหลายชั่วโมง แบคทีเรียตามซอกมุมกายจะเจริญเติบโตได้ดีจนก่อให้เกิ ดกลิ่นไม่ชวนดมตามซอก มุมอับนั้น โดยเฉพาะกลิ่นปากและกลิ่นตัวที่อาจเป็นอุปสรรคทำให้ร ักกันไม่ลงได้
 สายๆ (Late Morning)
เวลา นี้คงเหมาะกับวันหยุดที่คุณและเขาไม่จำเป็นต้องออกไป ทำธุรกิจหาเลี้ยงชีพนอก บ้านตามธรรมเนียมการมีเซ็กซ์ ช่วงเวลาหลังอาหารเช้าล่วงไปถึงก่อนอาหารกลางวัน เป็นช่วงเวลาที่ไม่ค่อยนิยมนัก เพราะหลายคนคิดว่าเกินไปหน่อยละมั้ง ล่อรักกันแต่เช้าเลย อีกอย่างหนึ่งคือแสงมันสว่างจนอายไม่กล้าที่เกลือกกล ั้วกันในสภาพเปลือย เปล่า และถ้าหมดแรงกับเซ็กซ์ตั้งแต่เช้าก็จะไม่มีแรงข้าวต้ มไปทำธุระจำเป็นอื่นๆ จนเสียงานเสียการ แต่สำหรับคู่รักขี้เบื่อ การเมคเลิฟในช่วงเวลา Rush [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1726"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1726" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/sextime1.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1727" title="sextime1" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/sextime1.jpg" alt="" width="200" height="258" /></a></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">แม้จะไม่มีข้อ จำกัดในเรื่องเวลาของการประกอบกิจความสุขของเซ็กซ์ แต่เวลาความสุขที่แตกต่างก็ให้อารมณ์ที่ไม่ซ้ำรสกัน ต่างก็มีรสรักในแบบและในแสงเฉพาะตัว</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #2b2b2b; font-size: x-small;"><strong> แต่เช้าตรู่ (Early Morning)</strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">หลาย คนคงจะโปรดการลุกออกจากเตียงไปจ็อกกิ้งพลางดื่มด่ำกั บธรรมชาติอันแสนสดชื่น ยามเช้า แต่สำหรับคนขี้เซา การเรียกความกระชุ่มกระชวนกลับมาจากนิทราด้วยเซ็กซ์ร ับอรุณจะช่วยคืนความ กระปรี้กระเปร่าให้กับคุณและเขาโดยไม่ต้องพึ่งคาปูชิ โนแก้วใดอย่างเคยเลยล่ะ ร่างกายที่ไม่หยุดพักผ่อนมาหลายชั่วโมง สัมผัสของเซ็กซ์จะเป็นเหมือนน้ำมันเครื่องหล่อลื่นเพ ิ่มความคล่องตัวและคืน สมรรถนะการใช้งานสูงสุดให้กับคุณ เซ็กซ์ที่มีการฟาดสัมผัสปะทะอารมณ์กันอย่างรุนแรงในย ามเช้า สามารถเรียกเหงื่อและเบิร์นแคลอรี่ให้กับคุณพอๆ กับการบริหารร่างกายเบาๆ ในตอนเช้าเลยล่ะ ที่ให้ผลแตกต่างกันก็คือเซ็กซ์ให้ความสุขใจสบายอารมณ ์มากกว่ากันเยอะ</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><span style="color: #a6a6a6;"><strong>ข้อดี</strong></span> … การถูกปลุกอารมณ์มีผลรุนแรงและร้ายกาจกว่าเสียงปลุกอ ันบาดหูของนาฬิกาปลุกหลายเท่านัก<br />
<strong><span style="color: #a6a6a6;">ข้อเสีย</span></strong> .. หลังจากการนอนหลับผ่านไปหลายชั่วโมง แบคทีเรียตามซอกมุมกายจะเจริญเติบโตได้ดีจนก่อให้เกิ ดกลิ่นไม่ชวนดมตามซอก มุมอับนั้น โดยเฉพาะกลิ่นปากและกลิ่นตัวที่อาจเป็นอุปสรรคทำให้ร ักกันไม่ลงได้</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; font-size: x-small;"><span style="color: #2b2b2b;"> <strong>สายๆ (Late Morning)</strong></span></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">เวลา นี้คงเหมาะกับวันหยุดที่คุณและเขาไม่จำเป็นต้องออกไป ทำธุรกิจหาเลี้ยงชีพนอก บ้านตามธรรมเนียมการมีเซ็กซ์ ช่วงเวลาหลังอาหารเช้าล่วงไปถึงก่อนอาหารกลางวัน เป็นช่วงเวลาที่ไม่ค่อยนิยมนัก เพราะหลายคนคิดว่าเกินไปหน่อยละมั้ง ล่อรักกันแต่เช้าเลย อีกอย่างหนึ่งคือแสงมันสว่างจนอายไม่กล้าที่เกลือกกล ั้วกันในสภาพเปลือย เปล่า และถ้าหมดแรงกับเซ็กซ์ตั้งแต่เช้าก็จะไม่มีแรงข้าวต้ มไปทำธุระจำเป็นอื่นๆ จนเสียงานเสียการ แต่สำหรับคู่รักขี้เบื่อ การเมคเลิฟในช่วงเวลา Rush Hours แบบนี้ จะให้ความรู้สึกที่วาบหวามหวั่นไหวที่ไม่เหมือนช่วงเ วลาหฤหรรษ์เดิมๆ ค่ะ</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong><span style="color: #a6a6a6;">ข้อดี</span></strong> .. พละกำลังที่ได้จากการชาร์จแบตด้วยการนอนจะทำให้คุณแล ะเขาสามารถโถมเข้าใส่ กันแบบไม่ยั้งอารมณ์ แถมช่วงเวลาสายๆ อย่างนี้น่าจะเป็นช่วงเครียดของหลายๆ คนแต่คุณและเขากลับคิดต่างกันคือเลือกที่จะตักตวงควา มสุขใส่ตัวแทน<br />
<strong><span style="color: #a6a6a6;">ข้อเสีย</span></strong>.. เป็นช่วงเวลาปิดทำการของโมเด็ล และ Drive Inn หลายๆ แห่ง คุณทั้งคู่จำเป็นต้องมีสถานที่สำรองความรักเป็นการส่ วนตัว</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong> <span style="color: #2b2b2b;">บ่ายคล้อย (Afternoon)</span></strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">ช่วง บ่ายแม้อากาศจะอบอ้าวไปสักหน่อย แต่ขอบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่หลายคนแอบมีอารมณ์คึกคักข ึ้นมาระหว่างวัน แต่ด้วยหน้าที่ที่ต้องประจำการอยู่ก็เลยทำให้คุณและเ ขาปลีกวิเวกไปทำ เรื่องอย่างว่าได้ไม่สะดวก ผู้ชายบางคนยอมปิดประตูห้องน้ำทำร้ายตัวเองให้หายจาก อาการ “โด่ไม่รู้ล้ม” แต่ผู้หญิงจำจะต้องกล้ำกลืนฝืนอารมณ์ความต้องการของต ัวเองจนกว่าจะถึงเวลา อันควร แต่จากการสำรวจก็พบว่ามีชายหญิงจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะพวกผิดคู่ผิดฝา หรือลักลอบรักกันยึดเอาเวลากลางวันตอนแดดแจ๋ไว้ระเริ งรัก เพราะตอนกลางคืนจะต้องแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong><span style="color: #a6a6a6;">ข้อดี</span></strong> .. คุณและเขาจะได้ยลความเซ็กซี่ของอวัยวะของกันและกันได ้อย่างชัดเจน หาได้มีความมืดมาอำพรางไม่<br />
<strong><span style="color: #a6a6a6;">ข้อเสีย</span></strong>.. ความร้อนของอากาศตอนบ่ายอาจเป็นอุปสรรคต่อดีกรีความร ้อนแรงของเกมรักของคุณได้</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #2b2b2b; font-size: x-small;"><strong> เย็นย่ำค่ำ (Evening)</strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">เวลา โพล้เพล้แบบนี้ หลายคนยังว่าเร็วเกินไปที่จะสำเร็จความสุข แต่คู่รักที่พรากกันจากการใช้ชีวิตในที่ทำงานคนละที่ ก็โหยหาเริ่มลงมือรักกันทันทีที่เจอหน้ากันเลย ถึงแม้จะรู้ว่าราตรียังอีกยาวไกลและสามารถรักกันได้อ ีกหลายหน แต่ด้วยความกลัดมันของอารมณ์ที่สะสมก่อตัวขึ้นระหว่า งวันนั้น มันทำให้จิตใจหงุดหงิดและงุ่นง่านจนไม่มีสมาธิในการป ระกอบกิจอย่างอื่น หลายคู่รักจึงประเดิมรักรอบแรกกันก่อนอาหารค่ำ จากนั้นค่อยชดเชยพลังงานและเกลือแร่ที่เสียไปด้วยการ รับประทานอาหารร่วมกัน</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong><span style="color: #a6a6a6;">ข้อดี</span></strong> .. มันเป็นการระบายความตึงเครียดใต้เข็มขัดไม่ให้อึดอัด คับเป้าไปมากกว่านี้<br />
<strong><span style="color: #a6a6a6;">ข้อเสีย</span></strong>.. คุณและเขาอาจจะหมดแรงจนไม่สามารถสะสางงานบ้าน และทำอาหารเย็นทานเองได้เลยล่ะ</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #2b2b2b; font-size: x-small;"><strong> ตกดึก (Night Time)</strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">ความ มืดสนิทเงียบสงัดถือเป็นช่วงเวลา Prime Time ของความรักและเมคเลิฟเลยล่ะ ทั้งคุณและเขาอยู่ในสภาพที่ปลอดภารกิจอื่นใด จึงพากันปิดประตูลงกลอนมาว่าด้วยเรื่องของความรัก สรีระภายใต้แสงรำไรของแสงไฟ จะช่วยขับความเซ็กซี่ของคุณและเขาให้ดูเปล่งปั่งชวนใ คร่สัมผัสยิ่งขึ้น ส่วนความมืดแต่ไม่สนิทของราตรีจะช่วยบดบังและอำพรางส ่วนที่ไม่น่ามองของกัน และกันไว้ โดยเฉพาะความอายที่มักจะริบหรี่ลงตามสภาพอันไร้แสง สิ่งที่ไม่กล้าพูดไม่กล้าทำในที่แจ้ง มีแสงสว่าง จะได้รับการกระทำอย่างดุเด็ดเผ็ดอารมณ์ในยามที่นี้</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong><span style="color: #a6a6a6;">ข้อดี</span></strong>.. เสร็จกิจรักหมดแรงก็สามารถนอนต่อได้เลย เพราะนั่นเป็นเวลานอนของคุณ<br />
<strong><span style="color: #a6a6a6;">ข้อเสีย</span></strong>.. เซ็กซ์ที่กินเวลานานและถี่มากเกินไปในเวลากลางคืนจะร บกวนเวลานอนของคุณ จนทำให้คุณเห็นฟ้าเป็นสีเหลืองได้</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1726/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อัพเดทวิธีคุมกำเนิดที่สาวสมัยใหม่ควรรู้</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1723</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1723#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Mar 2010 06:02:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีคุมกำเนิด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1723</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/>
มีหลายคำถามที่สาวๆ อยากรู้แต่ไม่กล้าเอ่ยถามคนใกล้ชิด
การใช้ชีวิตคู่ที่ มีความสุขนั้น ถึงแม้องค์ประกอบสำคัญคือ ความรัก แต่หากวางแผนชีวิตครอบครัวไม่ดีก็ทำให้คุณเป็นทุกข์ได้เช่นกัน เรานำคำถามที่ยังค้างคาใจสาวๆ มาตั้งคำถามที่ยังค้างคาใจสาวๆ มาตั้งคำถามและหาคำตอบให้ในเวลาเดียวกัน
Q: กำลังจะเริ่มทานยาคุมกำเนิด แต่ที่ร้านขายยาแนะนำว่า ให้กินหลังจากหมดประจำเดือนวันแรก แต่ที่โรงพยาบาลบอกว่าให้กินในช่วงวันที่ 1-5 หลังหมดประจำเดือน ตกลงแล้วจะเชื่อใครดีคะ
A: การที่คุณได้รับข้อมูลที่แตกต่างกันและทำให้คุณสับสนนั้น ก็ต้องถามก่อนว่าคุณเลือกกินแบบไหน เข้าใจว่าที่เภสัชกรแนะนำแบบนั้นแสดงว่าเขาต้องแนะนำยาคุมกำเนิดแบบแผง 21 เม็ดให้ แต่ถ้าได้กินตั้งแต่วันที่ 1-5 หลังจากประจำเดือนรอบนั้น แสดงว่าเป็นยาคุมแบบแผง 28 เม็ด แต่ถ้ายังไม่แน่ใจหากจะมีเพศสัมพันธ์อาจเลือกวิธีคุมกำเนิดแบบนับวันหน้า 7 หลัง 7 (7หน้าหมายความว่า 7 วันก่อนหน้ารอบเดือนจะมา 7 วันหลัง หมายความว่า 7 วัน  นับจากวันแรกที่รอบเดือนมา) หรือให้แฟนใส่ถุงยางอนามัยในช่วง 2 สัปดาห์แรกเป็นออฟชั่นเสริมด้วยจะชัวร์มากขึ้น
Q: ถ้ากินยาคุมกำเนิดเกรงว่าจะมีสิวฝ้าขึ้นเต็มหน้า ทำยังไงดี
 A: ถ้าใบหน้าเริ่มมีฝ้า ให้เปลี่ยนขนาดยาที่มีเอสโตรเจนต่ำลง  คือลดเหลือแค่ 20 ไมโครกรัม ระหว่างนี้ก็ต้องรักษาฝ้าไปด้วย โดยหลีกเลี่ยงการถูกแดดจัด ๆ และใช้ครีมกันแดดที่มีค่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1723"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1723" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/conpill1.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1724" title="conpill1" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/conpill1.jpg" alt="" width="250" height="250" /></a></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">มีหลายคำถามที่สาวๆ อยากรู้แต่ไม่กล้าเอ่ยถามคนใกล้ชิด</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">การใช้ชีวิตคู่ที่ มีความสุขนั้น ถึงแม้องค์ประกอบสำคัญคือ ความรัก แต่หากวางแผนชีวิตครอบครัวไม่ดีก็ทำให้คุณเป็นทุกข์ได้เช่นกัน เรานำคำถามที่ยังค้างคาใจสาวๆ มาตั้งคำถามที่ยังค้างคาใจสาวๆ มาตั้งคำถามและหาคำตอบให้ในเวลาเดียวกัน</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong>Q: กำลังจะเริ่มทานยาคุมกำเนิด แต่ที่ร้านขายยาแนะนำว่า ให้กินหลังจากหมดประจำเดือนวันแรก แต่ที่โรงพยาบาลบอกว่าให้กินในช่วงวันที่ 1-5 หลังหมดประจำเดือน ตกลงแล้วจะเชื่อใครดีคะ</strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">A: การที่คุณได้รับข้อมูลที่แตกต่างกันและทำให้คุณสับสนนั้น ก็ต้องถามก่อนว่าคุณเลือกกินแบบไหน เข้าใจว่าที่เภสัชกรแนะนำแบบนั้นแสดงว่าเขาต้องแนะนำยาคุมกำเนิดแบบแผง 21 เม็ดให้ แต่ถ้าได้กินตั้งแต่วันที่ 1-5 หลังจากประจำเดือนรอบนั้น แสดงว่าเป็นยาคุมแบบแผง 28 เม็ด แต่ถ้ายังไม่แน่ใจหากจะมีเพศสัมพันธ์อาจเลือกวิธีคุมกำเนิดแบบนับวันหน้า 7 หลัง 7 (7หน้าหมายความว่า 7 วันก่อนหน้ารอบเดือนจะมา 7 วันหลัง หมายความว่า 7 วัน  นับจากวันแรกที่รอบเดือนมา) หรือให้แฟนใส่ถุงยางอนามัยในช่วง 2 สัปดาห์แรกเป็นออฟชั่นเสริมด้วยจะชัวร์มากขึ้น</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong>Q: ถ้ากินยาคุมกำเนิดเกรงว่าจะมีสิวฝ้าขึ้นเต็มหน้า ทำยังไงดี</strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"> A: ถ้าใบหน้าเริ่มมีฝ้า ให้เปลี่ยนขนาดยาที่มีเอสโตรเจนต่ำลง  คือลดเหลือแค่ 20 ไมโครกรัม ระหว่างนี้ก็ต้องรักษาฝ้าไปด้วย โดยหลีกเลี่ยงการถูกแดดจัด ๆ และใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงขึ้นกว่าเดิม แต่ถ้าทำตามแล้วก็ยังไม่ได้ผล แถมยังทำให้ประจำเดือนขาด ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ หาวิธีคุมกำเนิดแบบอื่นแทนจะดีกว่า</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong> Q: เคยกินยาคุมแบบแผง 28 เม็ด แต่ต้องไปทำธุระต่างจังหวัด เลยไม่อยากให้ประจำเดือนมาช่วงนั้น หากตัด 7 เม็ดที่ไม่ใช่ยาคุมออกไป แล้วเริ่มกินแผงใหม่ที่ขึ้นด้วยฮอร์โมนเลย จะทำได้หรือไม่</strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"> A: การเลื่อนประจำเดือนให้ออกไปอีกโดยการกินยาเม็ดที่มีฮอร์โมนต่อเลยนั้นทำได้ ค่ะ และสามารถทำได้เท่าที่ต้องการ แต่ถ้าอยากให้ประจำเดือนมาปกติ ก็ให้หยุดแผงต่อไปก่อน จากนั้นอีก 2-3 วันประจำเดือนก็จะมาปกติ อาจมีข้อสงสัยว่าแล้วจะเริ่มกินยาคุมอีกทีเมื่อไร ก็เริ่มในวันแรกหลังจากประจำเดือนหมด</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong>Q: เพื่อนบอกให้กินยาคุมแบบฉุกเฉินทุกครั้งหลังจากที่มีเซ็กซ์</strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">A: ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน ควรใช้ในกรณีที่โดนข่มขืน ถุงยางหลุดกลางคัน หรือหมดอายุ และลืมกินยาคุม เพราะยาประเภทนี้จะมีฮอร์โมนมากกว่ายาคุมแบบกินทุกวัน แต่ก็มีบางคนที่ใช้ผิดวิธี เหมือนที่เพื่อนของคุณกำลังจะทำนั่นแหล่ะคือ กินหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง หรือกินมากกว่า 3 เม็ด/สัปดาห์ ก็เข้าข่ายเสี่ยงแล้ว เพราะฮอร์โมนที่สูงขึ้นจะทำให้มีผลต่อสุขภาพตามมาด้วย เช่นทำให้มีเลือดออกในช่องคลอดบ่อย การทำงานของมดลูกและรังไข่เกิดความผิดปกติ  แต่รู้ไหมว่า เดี๋ยวนี้ผู้ชายเป็นคนพกยาตัวนี้กันแล้ว และมักหลอกให้แฟนกินหลังมีเพศสัมพันธ์ทุกครั้ง อ้างว่าเป็นยาบำรุง</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong>Q: กินยาคุมกำเนิดอาทิตย์แรก ก็เกิดคลื่นไส้แล้ว แต่พออาทิตย์ที่ 2 ยิ่งมีอาการมากขึ้น เลยอยากทราบวิธีแก้หน่อยค่ะ</strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">A: ก่อนจะเลือกวิธีคุมกำเนิดด้วยการกินยา ไม่ว่าจะเป็นแบบแผงกินทุกวัน หรือแบบฉุกเฉิน ควรคิดเผื่อไว้เลยว่า ต้องเจออาการคลื่นไส้ อาเจียนแน่นอน แต่ถ้าคิดจะใช้วิธีนี้ไปก่อน เรามีเทคนิคมาบอกกันแต่เทคนิคนี้ต้องใช้คู่กับวิธีอื่นด้วย นั่นคือ แผงแรกที่กินอาจจะยังไม่ต้องกินตรงเวลาเดียวกันทุกวัน แต่ให้กินสลับเวลาออกไปแล้วให้สังเกตุตัวเองว่า เวลาไหนที่ตัวเองมีอาการคลื่นไส้น้อยที่สุด หรือวันนั้นไม่มีอาการเลยก็ให้ยึดเวลานั้นเป็นเวลามาตรฐานในการกินไปเลย แต่ระหว่างนี้ประสิทธิภาพยาคมอาจด้อยไปบ้าง จึงต้องให้ฝ่ายชายใส่ถุงยางร่วมด้วยไปก่อน อีกวิธีที่แพทย์แนะนำคือ กินยาแก้คลื่นไส้อาเจียนหรือยาแก้แพ้ ก่อนกินยาคุมกำเนิดทั้งสองชนิดประมาณ 15-20 นาที จะช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าคิดว่ามันจุกจิกเกินไปก็เลือกคุมกำเนิดแบบอื่นจะดีกว่า </span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong>Q: จะประยุกต์กินยาคุมแบบธรรมดาให้เหมือนกับยาแบบฉุกเฉิน ทำได้หรือไม่</strong> </span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">A: ทำได้ค่ะ โดยกินเฉพาะตัวยาหลังมีเพศสัมพันธ์ 2 เม็ดแรกทันที หรือจะกินภายใน 72 ชั่วโมงก็ได้ หลังจากนั้นนับไปอีก 12 ชั่วโมง จึงทานอีก 2 เม็ด</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong><img src="http://www.pooyingnaka.com/images/picture/conpill3.jpg" alt="" hspace="10" vspace="10" width="386" height="300" align="left" />Q: หากจะกินยาคุมแบบฉุกเฉินซ้อนกับยาคุมแบบปกติได้หรือไม่</strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">A: ทำได้เช่นกัน แต่อาการข้างเคียงจะรุนแรง เช่น มีอาการคลื่นไส้มากกว่าเดิมหรืออาจจะมีเลือดออกผิดปกติคล้ายกับเลือดประจำ เดือนออกมาประมาณ 2-5 วัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณแพ้ขนาดไหน แล้วยังทำให้ประจำเดือนคลาดเคลื่อนด้วยเช่น อาจจะมาก่อนหรือช้าไปประมาณ 1-2 สัปดาห์</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong>Q:  มีวิธีการซื้อยาคุมให้เหมาะกับตัวเองเพื่อลดผลข้างเคียงให้มากที่สุดอย่างไร</strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">A: ควรดูตามฮอร์โมนของร่างกาย ลักษณะรูปร่างของเรา เพราะยาคุมในท้องตลาดมี 3 ประเภท ขึ้นอยู่กับระดับปริมาณของฮอร์โมน คือ ปริมาณน้อย ปานกลาง และปริมาณมากๆ  ให้สังเกตว่าถ้าร่างกายเรามีฮอร์โมนเพศหญิงเยอะ คือมีหน้าอกโต ประจำเดือนมามาก และหลายวัน ควรจะเลือกยาคุมที่มีฮอร์โมนเพศหญิงต่ำ เพราะจะช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้ด้วย แต่ถ้าใครมีหน้าอกเล็ก มีประจำเดือนน้อย และก็มีน้อยวันด้วย หน้ามัน ผมมัน เป็นสิว แสดงว่าเป็นสาวที่มีฮอร์โมนเพศชายสูง สามารถเลือกยาคุมที่มีฮอร์โมนสูงๆ ได้ ซึ่งฮอร์โมนระดับนี้บางยี่ห้อจะช่วยรักษาสิวได้ด้วย</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong>Q: อยากรู้วิธีคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมน แต่เป็นวิธีอื่นบ้างมีไหมคะ</strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">A: มีทั้งที่เป็น 1. ปลาสเตอร์คุมกำเนิด ที่ปิดบริเวณหน้าท้อง หรือท้องแขน ต้องติดครบ 3 สัปดาห์ ถึงค่อยแกะออกแล้วแปะแผ่นใหม่หลังจากนั้นอีก 1 สัปดาห์  2. ห่วงสอดช่องคลอด สอดไว้ในช่องคลอดเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ถอดออกและใส่ห่วงใหม่หลังจากนั้น 1 สัปดาห์  3. ฝังยาคุมกำเนิด หรือพูดง่ายๆ ว่า &#8220;ยาฝัง&#8221; โดยหมอจะฝังตัวยาอิมพลานอนไว้ที่ใต้ท้องแขน 1 หลอดซึ่งจะคุมได้ 3 ปี</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong> Q: แล้วถ้าจะป้องกันแบบไม่ใช้ฮอร์โมนมีวิธีไหนบ้าง</strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"> A: มีหลายวิธีเหมือนกันแต่ที่ทำง่ายและป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์ได้ดี คือให้คุณผู้ชายเป็นฝ่ายใส่ถุงยางเสีย แต่ถ้าเขาปฏิเสธว่า &#8220;ไม่&#8221; คุณอาจเลือกใช้วิธี </span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">1. ห่วงอนามัย หรือพูดกันสั้นๆ ว่า ใส่ห่วง ซึ่งหมอจะเป็นผู้ใส่ โดยมี 2 แบบคือ แบบคอปเปอร์ที (Tcu380A)  ใส่ครั้งเดียวคุมได้ถึง 10 ปี แต่ถ้าเป็นแบบมัลติโหลด (ML250) จะคุมได้แค่ 3 ปีเท่านั้น</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">2. ถุงยางอนามัยสตรี คือใส่ในช่องคลอดก่อนมีเซ็กซ์ </span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">3. ใช้วิธีสังเกตในช่วงระยะไข่ตก ให้สังเกตมูกที่ปากมดลูกเพราะตามหลักสรีระศาสตร์ง่ายๆ เลยคือว่า ในช่วงระยะเวลาที่ไข่ตก มูกที่ปากมดลูกจะมีลักษณะเป็นยางยืดมากที่สุด ลองใช้นิ้วสัมผัสมูกที่ปากมดลูกดู ถ้าเริ่มเป็นยางยืดเหนียวให้งดทำกิจกรรมบนเตียงทันที หรือ </span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"> 4. ใช้แถบตรวจปัสสาวะเพื่อดูแถบสี ถ้าผลปัสสาวะออกมาเป็นสีแดง ก็แสดงว่าอยู่ในช่วงอันตราย แต่ถ้าผลตรวจปัสสาวะเป็นสีเขียว แสดงว่า ปลอดภัย</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong>Q: อยากรู้จังว่า ตอนนี้สาวๆ เขานิยมใช้วิธีคุมกำเนิดแบบไหนกันมากที่สุด</strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">A: การฉีดยาคุมกำเนิดแบบ 3 เดือนต่อครั้ง กำลังได้รับความนิยม เพราะสะดวกและไม่ต้องกังวลว่าจะลืมกินยา แต่จะเหมาะกับคุณแม่ที่มีลูกแล้ว เพราะถึงแม้คุณจะหยุดยาแล้ว ก็ใช่ว่าจะมีลูกได้ทันที ต้องอีกประมาณ 6-12 เดือน ถึงจะมีลูกได้ แต่ถ้าเลือกวิธีฝังยาก็คุมกำเนิดได้ถึง 3 ปี  แต่มีผลข้างเคียงคือ ประจำเดือนอาจไม่มาหรือถ้ามาก็น้อยเต็มที แต่ถ้าห่วงเรื่องว่าฝังยาแล้วอาจจะอ้วน มีสิว หรือปวดศีรษะนั้น จะเป็นเฉพาะบางรายเท่านั้น แต่ส่วนใหญ่แทบไม่เกิดอาการอะไรขึ้นเลย </span><br />
<span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong> สาวๆ จ๋า รู้ไว้ใช่ว่านะ</strong> </span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">1. เวลาไปซื้อยาคุมกำเนิดสิ่งสำคัญที่ควรบอกเภสัชกร คือ รอบเดือนมากี่วัน มีจำนวนมากน้อยแค่ไหน และมาปกติหรือเปล่า</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">2. การเก็บยาคุมกำเนิดที่ถูกต้องคือ เก็บไว้ที่อุณหภูมิปกติ หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง ๆ และเก็บให้พ้นแสง และความชื้น ไม่ควรเก็บไว้ในตู้เย็นเพราะความชื้นส่งผลให้ประสิทธิภาพของยาเปลี่ยนแปลง ได้</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"> 3. ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน ห้ามใช้ในสตรีที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเพศสัมพันธ์ เช่น เลือดออกในช่องคลอด เยื่อบุมดลูกงอกผิดปกติ เพราะอาจทำให้การรักษามีปัญหาได้</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1723/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปากเหม็น เรื้อรังลางบอกเหตุโรคร้าย</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1702</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1702#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Mar 2010 03:43:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปากเหม็น]]></category>
		<category><![CDATA[ปากเหม็น เรื้อรังลางบอกเหตุโรคร้าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1702</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/>ปัญหา สุขภาพช่องปากที่สำคัญอย่าง ‘กลิ่นปาก’ ที่หอบเอาลมหายใจเหม็น ๆ ออกมาจากช่องปากทุกยามที่คุณปริปากนั้นเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจไม่ใช่ น้อย เพราะเคยทำให้ใครหลายคนพยายามสงวนคำพูด ลดโอกาสการสนทนา ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากให้คู่สนทนาได้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ แถมยังบั่นทอนบุคลิกภาพที่ดีลงไปทว่า คุณจะเห็นเรื่องกลิ่นปากเป็นเรื่องเล็ก เพราะยามที่เริ่มส่งกลิ่นเหม็นเมื่อไหร่ ก็หยิบลูกอม หมากฝรั่ง ยัดใส่ปาก หรือไม่ก็ขอเวลานอกไปกลั้วปากบ้วนน้ำ แปรงฟัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูก โดยวิธีดังกล่าวเป็นการขจัดปัญหากลิ่นปากที่อาจเกิดจากการรับประทานอาหารบาง ชนิด แต่ถ้าสาเหตุของกลิ่นนั้นมาจากปัญหาอื่น ไม่นานกลิ่นปากก็จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเข้าตำราเรื้อรัง
&#8216;ศูนย์ ทันตกรรม Dentalis โรงพยาบาลเวชธานี&#8217; ที่เปิดให้การรักษาปัญหากลิ่นปากพบว่าร้อยละ 80-90 ของผู้ที่มีปัญหากลิ่นปากเรื้อรังมักมีสาเหตุมาจากปัญหาภายในช่องปาก ที่มีทั้งลิ้นเป็นฝ้า ร่องเหงือกอักเสบ โรคปริทันต์หรืออวัยวะรอบฟันอักเสบ แผลในช่องปาก ฟันผุ ฟันคุด ฟันซ้อนเก ฟันปลอมหรือวัสดุอื่น ๆ ที่ใส่เพื่อจัดแต่งฟันไม่สะอาดมีเศษอาหารติดค้าง
ส่วนปัจจัยภายนอก ที่ทำให้เกิดกลิ่นปากคือ อาหาร แม้จะไม่ใช่ตัวการก่อกลิ่นที่เรื้อรัง คุณก็ควรรู้ไว้ว่าการรับประทานอาหารจำพวกโปรตีนสูง อย่าง กระเทียม เครื่องเทศ หัวหอม รวมทั้งเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ จะนำพากลิ่นตุ ๆ ให้เกิดขึ้นในปาก รวมทั้งการสูบบุหรี่ด้วย
นอกจากสองปัจจัยที่กล่าว ไปแล้ว กลิ่นปาก อาจเกิดขึ้นเพราะร่างกายส่งสัญญาณบอกความเจ็บป่วยจากอวัยวะภายใน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1702"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1702" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/MCUA3I72TDLEJZWHFGP6.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1703" title="MCUA3I72TDLEJZWHFGP6" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/MCUA3I72TDLEJZWHFGP6.jpg" alt="" width="330" height="240" /></a><strong>ปัญหา สุขภาพช่องปากที่สำคัญอย่าง ‘กลิ่นปาก’ ที่หอบเอาลมหายใจเหม็น ๆ ออกมาจากช่องปากทุกยามที่คุณปริปากนั้นเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจไม่ใช่ น้อย เพราะเคยทำให้ใครหลายคนพยายามสงวนคำพูด ลดโอกาสการสนทนา ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากให้คู่สนทนาได้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ แถมยังบั่นทอนบุคลิกภาพที่ดีลงไป</strong>ทว่า คุณจะเห็นเรื่องกลิ่นปากเป็นเรื่องเล็ก เพราะยามที่เริ่มส่งกลิ่นเหม็นเมื่อไหร่ ก็หยิบลูกอม หมากฝรั่ง ยัดใส่ปาก หรือไม่ก็ขอเวลานอกไปกลั้วปากบ้วนน้ำ แปรงฟัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูก โดยวิธีดังกล่าวเป็นการขจัดปัญหากลิ่นปากที่อาจเกิดจากการรับประทานอาหารบาง ชนิด แต่ถ้าสาเหตุของกลิ่นนั้นมาจากปัญหาอื่น ไม่นานกลิ่นปากก็จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเข้าตำราเรื้อรัง</p>
<p>&#8216;ศูนย์ ทันตกรรม Dentalis โรงพยาบาลเวชธานี&#8217; ที่เปิดให้การรักษาปัญหากลิ่นปากพบว่าร้อยละ 80-90 ของผู้ที่มีปัญหากลิ่นปากเรื้อรังมักมีสาเหตุมาจากปัญหาภายในช่องปาก ที่มีทั้งลิ้นเป็นฝ้า ร่องเหงือกอักเสบ โรคปริทันต์หรืออวัยวะรอบฟันอักเสบ แผลในช่องปาก ฟันผุ ฟันคุด ฟันซ้อนเก ฟันปลอมหรือวัสดุอื่น ๆ ที่ใส่เพื่อจัดแต่งฟันไม่สะอาดมีเศษอาหารติดค้าง</p>
<p>ส่วนปัจจัยภายนอก ที่ทำให้เกิดกลิ่นปากคือ อาหาร แม้จะไม่ใช่ตัวการก่อกลิ่นที่เรื้อรัง คุณก็ควรรู้ไว้ว่าการรับประทานอาหารจำพวกโปรตีนสูง อย่าง กระเทียม เครื่องเทศ หัวหอม รวมทั้งเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ จะนำพากลิ่นตุ ๆ ให้เกิดขึ้นในปาก รวมทั้งการสูบบุหรี่ด้วย</p>
<p>นอกจากสองปัจจัยที่กล่าว ไปแล้ว กลิ่นปาก อาจเกิดขึ้นเพราะร่างกายส่งสัญญาณบอกความเจ็บป่วยจากอวัยวะภายใน เช่น ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ อาทิ การอักเสบหรือมะเร็งในโพรงจมูก ไซนัส ทอนซิล คอหอย กล่องเสียง หรือปอด โรคของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ การอักเสบของหลอดอาหาร โรคกระเพาะ โรคลำไส้ ทั้งนี้ยังมีการวิจัยพบว่า โรคกรดไหลย้อน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเยื่อบุผิวทางเดินหายใจ มีผลให้น้ำมูกข้นเหนียวกว่าปกติ และจะไหลลงลำคอด้านหลังจมูก (Post Nasal Drip) ซึ่งเป็นอาการเดียวกับผู้ที่ทางเดินหายใจอักเสบเรื้อรัง</p>
<p>ยังมีการป่วยด้วยโรคตับ โรคไต และโรคเบาหวาน ที่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้อีก โดยสามโรคตอนท้ายนี้จะมีกลิ่นเฉพาะของแต่ละโรค</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1702/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>9 เคล็ดลับต้านหวัด เรามาดูแลสุขภาพต้านหวัดด้วยวิธีต่อไปนี้</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1698</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1698#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Mar 2010 03:36:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[9 เคล็ดลับต้านหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[9 เคล็ดลับต้านหวัด เรามาดูแลสุขภาพต้านหวัดด้วยวิธีต่อไปนี้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1698</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/>
แม้ หลายคนจะคิดว่าเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง เราก็มีโอกาสเป็นหวัดได้เป็นธรรมดา แต่เชื่อไหมคะว่าหากแข็งแรงเต็มร้อยแล้ว ไม่ว่าอากาศจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร หวัดก็ไม่สามารถทำให้เราล้มหมอนนอนเสื่อกันได้ง่าย ๆ เรามาดูแลสุขภาพต้านหวัดด้วยวิธีต่อไปนี้กันค่ะ
1. นอนหลับให้เพียงพอ มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าการนอนหลับไม่เพียงพอทำให้ จำนวนเซลล์ในร่างกายที่ทำหน้าที่ต่อต้านเชื้อโรคต่าง ๆ ลดลง จึงควรนอนหลับสนิททุก ๆ วัน
2. ออกกำลังกาย ชอบ ออกกำลังกายแบบไหน เลือกได้ตามความชอบและความถนัด แล้วทำอย่างต่อเนื่องวันละครึ่งชั่วโมงช่วยเพิ่มเซลล์ที่ป้องกันโรคภัยไข้ เจ็บได้มากมาย
3. ล้างมือด้วยสบู่ โดยใส่ใจการล้างมือเป็นพิเศษก่อนรับประทานอาหาร หลังกลับนอกบ้าน หลังจากใช้ห้องน้ำสาธารณะ สัมผัสกับสัตว์ และหลังการไอหรือจาม
4. แยกเก็บแปรงสีฟัน เมื่อมีคนในครอบครัวป่วย ให้แยกเก็บแปรงสีฟันของคนป่วยออกจากของคนอื่นๆ หลังจากหายป่วยแล้ว ให้จุ่มแปรงสีฟันในน้ำเดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรค
5. ซักผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดมือต้องสะอาดเสมอ แนะนำให้ซักในน้ำร้อนทุก 3-4 วัน โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นหวัดกันมาก
6. ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วย ป้องกันอาการป่วยได้ เนื่องจากน้ำทำให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ ในระบบทางเดินหายใจชุ่มชื้น ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคฝังตัว และทำให้ระบบภูมิชีวิตทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
7. เปิดหน้าต่าง เพื่อให้มีอากาศถ่ายเท ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับสารจากธรรมชาติในอากาศไปพร้อม ๆ กับไล่เชื้อโรคที่มีอยู่ด้วย ทำให้ระบบภูมิชีวิตแข็งแรงขึ้น
8. ผ่อนคลาย การทำสมาธิ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1698"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1698" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/7725201_296.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1699" title="7725201_296" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/7725201_296.jpg" alt="" width="377" height="450" /></a></p>
<p>แม้ หลายคนจะคิดว่าเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง เราก็มีโอกาสเป็นหวัดได้เป็นธรรมดา แต่เชื่อไหมคะว่าหากแข็งแรงเต็มร้อยแล้ว ไม่ว่าอากาศจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร หวัดก็ไม่สามารถทำให้เราล้มหมอนนอนเสื่อกันได้ง่าย ๆ เรามาดูแลสุขภาพต้านหวัดด้วยวิธีต่อไปนี้กันค่ะ</p>
<p>1. นอนหลับให้เพียงพอ มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าการนอนหลับไม่เพียงพอทำให้ จำนวนเซลล์ในร่างกายที่ทำหน้าที่ต่อต้านเชื้อโรคต่าง ๆ ลดลง จึงควรนอนหลับสนิททุก ๆ วัน</p>
<p>2. ออกกำลังกาย ชอบ ออกกำลังกายแบบไหน เลือกได้ตามความชอบและความถนัด แล้วทำอย่างต่อเนื่องวันละครึ่งชั่วโมงช่วยเพิ่มเซลล์ที่ป้องกันโรคภัยไข้ เจ็บได้มากมาย</p>
<p>3. ล้างมือด้วยสบู่ โดยใส่ใจการล้างมือเป็นพิเศษก่อนรับประทานอาหาร หลังกลับนอกบ้าน หลังจากใช้ห้องน้ำสาธารณะ สัมผัสกับสัตว์ และหลังการไอหรือจาม</p>
<p>4. แยกเก็บแปรงสีฟัน เมื่อมีคนในครอบครัวป่วย ให้แยกเก็บแปรงสีฟันของคนป่วยออกจากของคนอื่นๆ หลังจากหายป่วยแล้ว ให้จุ่มแปรงสีฟันในน้ำเดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรค</p>
<p>5. ซักผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดมือต้องสะอาดเสมอ แนะนำให้ซักในน้ำร้อนทุก 3-4 วัน โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นหวัดกันมาก</p>
<p>6. ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วย ป้องกันอาการป่วยได้ เนื่องจากน้ำทำให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ ในระบบทางเดินหายใจชุ่มชื้น ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคฝังตัว และทำให้ระบบภูมิชีวิตทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>7. เปิดหน้าต่าง เพื่อให้มีอากาศถ่ายเท ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับสารจากธรรมชาติในอากาศไปพร้อม ๆ กับไล่เชื้อโรคที่มีอยู่ด้วย ทำให้ระบบภูมิชีวิตแข็งแรงขึ้น</p>
<p>8. ผ่อนคลาย การทำสมาธิ หลับตา หายใจลึก ๆ คิดถึงความสุข ช่วยลดความเครียด ทำให้ร่างกายไม่ป่วยง่าย</p>
<p>9. วิตามินซีจากธรรมชาติ แครอท กีวี ลูกเกด ถั่วเขียว ส้ม สตรอว์เบอร์รี่ บร็อคโคลี่ ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลีมีสารพฤกษเคมีอย่างวิตามินซีและแคโรทีนอยด์ ที่ช่วยเพิ่มภูมิชีวิตได้</p>
<p>ดูแลรอบด้าน ต้านหวัดได้แน่นอนค่ะ</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก ชีวจิต</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1698/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปลือกผักผลไม้มีประโยชน์</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1694</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1694#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Mar 2010 03:33:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เปลือกผักผลไม้มีประโยชน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1694</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/>
ใคร ที่ชินกับการกินผักผลไม้ที่ต้องปอกเปลือกให้เกลี้ยงบ้าง อย่าง แตงกวา มันฝรั่ง มะนาว มะกรูด เป็นต้น ทราบหรือไม่ว่า เปลือกที่ปอกทิ้งไปนั้นก็มีประโยชน์เหมือนกัน วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน&#8230;
   เปลือกแอปเปิ้ล เชือ ว่ามีผลในการต่อต้านมะเร็ง ตามที่นักวิจัยพบว่าเปลือกของแอ๊ปเปิ้ลแดงผลหนึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ เทียบเท่าวิตามินซี 820 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ได้จากน้ำส้มคั้นถึง 2 ควอตช์ เลยทีเดียว
  เปลือกมันฝรั่ง อุดมไปด้วยใยอาหาร (fiber) ธาตุเหล็ก โปแตสเซียม และวิตามินบี มากกว่าที่ได้จากเนื้อมันเสียอีก เมื่อเทียบปริมาณเท่า ๆ กันแล้ว
  ผิวส้ม มะนาว หรือมะกรูด มี สาร ดี-ไลโมนีน (น้ำมันหอมระเหยชนิดหนึ่ง) เทอปีน เฮสเพอริดีน (ยาป้องกันการตกเลือดโดยลดความเปราะของเส้นเลือด) คูมาริน (สารต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย) และแคโรทีนอยด์ (สารสีเหลืองช่วยต้านอนุมูลอิสระ) ซึ่งดีต่อสุขภาพ
รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองหันมาทานผักผลไม้พร้อมทั้งเปลือกดู แต่ก่อนทานก็อย่าลืมล้างให้สะอาดก่อนแล้วกัน
ที่มาจาก www.thaihealth.info
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1694"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1694" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/apples2.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1695" title="apples2" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/apples2.jpg" alt="" width="310" height="299" /></a></p>
<p>ใคร ที่ชินกับการกินผักผลไม้ที่ต้องปอกเปลือกให้เกลี้ยงบ้าง อย่าง แตงกวา มันฝรั่ง มะนาว มะกรูด เป็นต้น ทราบหรือไม่ว่า เปลือกที่ปอกทิ้งไปนั้นก็มีประโยชน์เหมือนกัน วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน&#8230;</p>
<p><strong> <img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/1138527401.gif" alt="" /></strong> <strong> เปลือกแอปเปิ้ล</strong> เชือ ว่ามีผลในการต่อต้านมะเร็ง ตามที่นักวิจัยพบว่าเปลือกของแอ๊ปเปิ้ลแดงผลหนึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ เทียบเท่าวิตามินซี 820 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ได้จากน้ำส้มคั้นถึง 2 ควอตช์ เลยทีเดียว</p>
<p><strong> <img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/1138527401.gif" alt="" /></strong> <strong>เปลือกมันฝรั่ง</strong> อุดมไปด้วยใยอาหาร (fiber) ธาตุเหล็ก โปแตสเซียม และวิตามินบี มากกว่าที่ได้จากเนื้อมันเสียอีก เมื่อเทียบปริมาณเท่า ๆ กันแล้ว</p>
<p><strong> <img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/1138527401.gif" alt="" /></strong> <strong>ผิวส้ม มะนาว หรือมะกรูด</strong> มี สาร ดี-ไลโมนีน (น้ำมันหอมระเหยชนิดหนึ่ง) เทอปีน เฮสเพอริดีน (ยาป้องกันการตกเลือดโดยลดความเปราะของเส้นเลือด) คูมาริน (สารต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย) และแคโรทีนอยด์ (สารสีเหลืองช่วยต้านอนุมูลอิสระ) ซึ่งดีต่อสุขภาพ<br />
รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองหันมาทานผักผลไม้พร้อมทั้งเปลือกดู แต่ก่อนทานก็อย่าลืมล้างให้สะอาดก่อนแล้วกัน</p>
<p>ที่มาจาก <a href="http://www.thaihealth.info/">www.thaihealth.info</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1694/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความเชื่อต้องห้ามขณะมีประจำเดือน</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1618</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1618#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Feb 2010 03:07:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อต้องห้าม]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อต้องห้าม ประจำเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อต้องห้ามขณะมีประจำเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[ความเชื่อต้อห้าม ประจำเดือน]]></category>
		<category><![CDATA[ประจำเดือน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1618</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/>
ทราบหรือไม่ว่า ความเชื่อกับพฤติกรรมแบบไหนที่ควรทำหรือไม่ควรทำขณะมีประจำเดือน วันนี้มีเรื่องนี้มาฝาก&#8230;
- ห้ามอาบน้ำเย็นในช่วงที่มีประจำเดือน เป็นความเชื่อตั้งแต่อดีต เมื่อเวลามีประจำเดือน ฮอร์โมนในร่างกายจะมีการแปรปรวน ภูมิคุ้มกันลดลง การอาบน้ำเย็นจะทำให้ร่างกายต้องปรับอุณหภูมิตาม อาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ที่มีประจำเดือนสามารถอาบน้ำเย็นในระดับอุณหภูมิ ปกติได้
- ห้ามรับประทานน้ำแข็งหรือของเย็น บางคนประจำเดือนมาต้องหลีกเลี่ยงการกินน้ำแข็งหรือของเย็นทุกที เป็นเพราะความเชื่อที่มีมาแต่เดิม แต่ในความเป็นจริง สามารถที่จะรับประทานน้ำแข็งหรือของเย็นได้ตามปกติ แต่ควรรับประทานในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไป
- ห้ามออกกำลังกายเวลาขณะมีประจำเดือน เป็นความเชื่อที่ผิด เพราะความจริงแล้วการออกกำลังกายเป็นประจำ ร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินออกมา สารนี้จะทำให้เกิดความสุข ช่วยผ่อนคลายความเครียด และช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด ดังนั้นการออกกำลังกายจึงเป็นวิธีป้องกันอาการผิดปกติ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการมีประจำเดือนได้
- ห้ามมีเพศสัมพันธ์ขณะที่มีประจำเดือน ความเชื่อในเรื่องนี้คงจะไม่ใช่ข้อห้าม แต่ก็ควรจะระมัดระวังในเรื่องความสะอาดให้มากกว่าปกติ เพราะอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้นควรที่จะรักษาความสะอาดเป็นพิเศษทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
- ห้ามลงเล่นน้ำ เป็นความเชื่อในเรื่องของความสะอาด เพราะในน้ำ อาจจะมีสิ่งสกปรกปนเปื้อนอยู่ อาจทำให้เชื้อโรคเข้าไปในช่องคลอด ทำให้เกิดการอักเสบได้ ดังนั้นถ้าอยากจะลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำก็คงจะต้องเลือกสระว่ายน้ำที่ สะอาด เลือกช่วงเวลาที่ไม่มีคนใช้บริการมากนัก และก็ควรที่จะใช้ผ้าอนามัยแบบสอดก่อนที่จะลงว่ายน้ำ
รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองพิจารณาดูว่าสิ่งไหนควรทำหรือไม่ควรทำขณะมีประจำเดือน.
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1618"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1618" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/02/wewe.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1619" title="wewe" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/02/wewe.jpg" alt="" width="320" height="250" /></a></p>
<p>ทราบหรือไม่ว่า ความเชื่อกับพฤติกรรมแบบไหนที่ควรทำหรือไม่ควรทำขณะมีประจำเดือน วันนี้มีเรื่องนี้มาฝาก&#8230;</p>
<p>- ห้ามอาบน้ำเย็นในช่วงที่มีประจำเดือน เป็นความเชื่อตั้งแต่อดีต เมื่อเวลามีประจำเดือน ฮอร์โมนในร่างกายจะมีการแปรปรวน ภูมิคุ้มกันลดลง การอาบน้ำเย็นจะทำให้ร่างกายต้องปรับอุณหภูมิตาม อาจทำให้เกิดการเจ็บป่วยได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วผู้ที่มีประจำเดือนสามารถอาบน้ำเย็นในระดับอุณหภูมิ ปกติได้</p>
<p>- ห้ามรับประทานน้ำแข็งหรือของเย็น บางคนประจำเดือนมาต้องหลีกเลี่ยงการกินน้ำแข็งหรือของเย็นทุกที เป็นเพราะความเชื่อที่มีมาแต่เดิม แต่ในความเป็นจริง สามารถที่จะรับประทานน้ำแข็งหรือของเย็นได้ตามปกติ แต่ควรรับประทานในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไป</p>
<p>- ห้ามออกกำลังกายเวลาขณะมีประจำเดือน เป็นความเชื่อที่ผิด เพราะความจริงแล้วการออกกำลังกายเป็นประจำ ร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินออกมา สารนี้จะทำให้เกิดความสุข ช่วยผ่อนคลายความเครียด และช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด ดังนั้นการออกกำลังกายจึงเป็นวิธีป้องกันอาการผิดปกติ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการมีประจำเดือนได้</p>
<p>- ห้ามมีเพศสัมพันธ์ขณะที่มีประจำเดือน ความเชื่อในเรื่องนี้คงจะไม่ใช่ข้อห้าม แต่ก็ควรจะระมัดระวังในเรื่องความสะอาดให้มากกว่าปกติ เพราะอาจจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้นควรที่จะรักษาความสะอาดเป็นพิเศษทั้งผู้หญิงและผู้ชาย</p>
<p>- ห้ามลงเล่นน้ำ เป็นความเชื่อในเรื่องของความสะอาด เพราะในน้ำ อาจจะมีสิ่งสกปรกปนเปื้อนอยู่ อาจทำให้เชื้อโรคเข้าไปในช่องคลอด ทำให้เกิดการอักเสบได้ ดังนั้นถ้าอยากจะลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำก็คงจะต้องเลือกสระว่ายน้ำที่ สะอาด เลือกช่วงเวลาที่ไม่มีคนใช้บริการมากนัก และก็ควรที่จะใช้ผ้าอนามัยแบบสอดก่อนที่จะลงว่ายน้ำ</p>
<p>รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองพิจารณาดูว่าสิ่งไหนควรทำหรือไม่ควรทำขณะมีประจำเดือน.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1618/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
