<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>HotVariety.com</title>
	<atom:link href="http://www.hotvariety.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.hotvariety.com</link>
	<description>รวมเรื่องทิปความสวยผู้หญิง - แต่งหน้า ทรงผม สุขภาพ เกมส์ ความรัก แฟชั่นเสื้อผ้า</description>
	<lastBuildDate>Fri, 05 Mar 2010 03:48:23 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>รูปร่างดี อกกระชับรับเรียวแขน</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1706</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1706#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Mar 2010 03:48:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[เคล็ดลับสำหรับผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[Diet]]></category>
		<category><![CDATA[รูปร่างดี]]></category>
		<category><![CDATA[รูปร่างดี อกกระชับรับเรียวแขน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[ลดน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[ลดพุง]]></category>
		<category><![CDATA[ลดไขมัน]]></category>
		<category><![CDATA[สูตรลดน้ำหนัก]]></category>
		<category><![CDATA[อกกระชับรับเรียวแขน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1706</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-11.gif" width="17" height="17" alt="" title="เคล็ดลับสำหรับผู้หญิง" /><br/>
โดย : เพรียวลม
 เห็นเด็กสาว ๆ กังวลเรื่องความขาวใต้วงแขนแล้วคงไม่ต่างกับคนวัยเราเท่าไร ที่มักจะกังวลกับใต้ท้องแขนที่คอยแต่จะกระเพื่อมไปมา เวลาโบกไม้โบกมือทักกันแต่ละทีก็ต้องหนีบเหนียมกันสุดฤทธิ์

ที่ร้ายกว่าก็คือ อะไร ๆ ที่มันเคยชูชันอยู่ตรงหน้ากลับคล้อยต่ำตามแรงโน้มถ่วงนี่สิ เฮ้อ! เรื่องแบบนี้ปล่อยไว้นานไม่ดีแน่ ลองหาเวลามากระชับส่วนที่ห้อยย้อยกันดีกว่า&#8230;ว่าแล้วก็แนะเคล็ดลับเด็ด กระชับอก-แขน แบบ Body pumb กันซะเลย
 อุปกรณ์ที่ใช้มีเพียงดัมเบลล์ขนาดพอเหมาะ แบบที่ยกแล้วได้ความรู้สึกตึงกล้ามเนื้อแขนนิด ๆ นั่นละค่ะ ระวังอย่าให้เบาไปเดี๋ยวจะไม่ได้ผล หรือหนักไปเดี๋ยวกล้ามเนื้อจะแย่

ถ้าเลือกได้เหมาะมือแล้ว ก็ยืดหยุ่นกล้ามเนื้อด้วยการหมุนแขนซ้ายขวาหน้าหลัง แล้วเริ่มท่าที่ 1 กันเลยค่ะ
ท่าที่ 1 กระชับอก
step 1 : เอนตัวให้ช่วงหลังรับกับส่วนโค้งกับลูกบอล ในมือถือดัมเบลล์
step 2 : ศอกตั้งฉากในแนวเดียวกับช่วงไหล่ หุบแขนทั้งสองข้างเข้าหากัน พร้อมเกร็งกล้ามเนื้อช่วงอก แล้วกลับสู่ท่าเดิม
ท่าที่ 2 กระชับหน้าแขน
step 1 : นั่งหลังตรงบนลูกบอล (เก้าอี้) เท้าห่างพอประมาณ แขนทั้งสองอยู่ในท่าฉากแนบลำตัว หงายข้อมือถือดัมเบลล์
step 2 : ค่อย ๆ ยกดรัมเบลขึ้นระดับไหล่ เกร็งกล้ามเนื้อแขนขณะยก แล้วกลับสู่ท่าเดิม
ท่าที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1706"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1706" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-11.gif" width="17" height="17" alt="" title="เคล็ดลับสำหรับผู้หญิง" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/93380wom.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1707" title="Free Weight Work Out" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/93380wom.jpg" alt="" width="250" height="376" /></a></p>
<p>โดย : เพรียวลม</p>
<p><strong> เห็นเด็กสาว ๆ กังวลเรื่องความขาวใต้วงแขนแล้วคงไม่ต่างกับคนวัยเราเท่าไร ที่มักจะกังวลกับใต้ท้องแขนที่คอยแต่จะกระเพื่อมไปมา เวลาโบกไม้โบกมือทักกันแต่ละทีก็ต้องหนีบเหนียมกันสุดฤทธิ์<br />
</strong><br />
ที่ร้ายกว่าก็คือ อะไร ๆ ที่มันเคยชูชันอยู่ตรงหน้ากลับคล้อยต่ำตามแรงโน้มถ่วงนี่สิ เฮ้อ! เรื่องแบบนี้ปล่อยไว้นานไม่ดีแน่ ลองหาเวลามากระชับส่วนที่ห้อยย้อยกันดีกว่า&#8230;ว่าแล้วก็แนะเคล็ดลับเด็ด กระชับอก-แขน แบบ Body pumb กันซะเลย</p>
<p><strong> อุปกรณ์ที่ใช้มีเพียงดัมเบลล์ขนาดพอเหมาะ แบบที่ยกแล้วได้ความรู้สึกตึงกล้ามเนื้อแขนนิด ๆ นั่นละค่ะ ระวังอย่าให้เบาไปเดี๋ยวจะไม่ได้ผล หรือหนักไปเดี๋ยวกล้ามเนื้อจะแย่<br />
</strong><br />
ถ้าเลือกได้เหมาะมือแล้ว ก็ยืดหยุ่นกล้ามเนื้อด้วยการหมุนแขนซ้ายขวาหน้าหลัง แล้วเริ่มท่าที่ 1 กันเลยค่ะ</p>
<p><strong>ท่าที่ 1 กระชับอก</strong></p>
<p><strong>step 1 :</strong> เอนตัวให้ช่วงหลังรับกับส่วนโค้งกับลูกบอล ในมือถือดัมเบลล์</p>
<p><strong>step 2 :</strong> ศอกตั้งฉากในแนวเดียวกับช่วงไหล่ หุบแขนทั้งสองข้างเข้าหากัน พร้อมเกร็งกล้ามเนื้อช่วงอก แล้วกลับสู่ท่าเดิม</p>
<p><strong>ท่าที่ 2 กระชับหน้าแขน</strong></p>
<p><strong>step 1 :</strong> นั่งหลังตรงบนลูกบอล (เก้าอี้) เท้าห่างพอประมาณ แขนทั้งสองอยู่ในท่าฉากแนบลำตัว หงายข้อมือถือดัมเบลล์</p>
<p><strong>step 2 :</strong> ค่อย ๆ ยกดรัมเบลขึ้นระดับไหล่ เกร็งกล้ามเนื้อแขนขณะยก แล้วกลับสู่ท่าเดิม</p>
<p><strong>ท่าที่ 3 กระชับท้องแขน</strong></p>
<p><strong>step 1 :</strong> นั่งหลังตรงบนลูกบอล (เก้าอี้) โน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย เท้าห่างพอประมาณ แขนทั้งสองอยู่ในท่าฉากแนบลำตัว มือถือดัมเบลล์แนวฉาก</p>
<p><strong>step 2 :</strong> ค่อย ๆ ดันและเหยียดแขนไปด้านหลังช้าๆ เกร็งกล้ามเนื้อแขนขณะเหยียด แล้วกลับสู่ท่าเดิม ขณะยกหรือออกแรงให้หายใจออกช้าๆ และหายใจเข้าเมื่อผ่อนแรงเพื่อเลือดไหลเวียนคล่องขึ้น ทุกท่าทำชุดละประมาณ 12-15 ครั้ง</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก<br />
<a href="http://www.momypedia.com/" target="_blank"><span style="color: #000000;">http://www.momypedia.com/</span></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1706/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปากเหม็น เรื้อรังลางบอกเหตุโรคร้าย</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1702</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1702#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Mar 2010 03:43:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ปากเหม็น]]></category>
		<category><![CDATA[ปากเหม็น เรื้อรังลางบอกเหตุโรคร้าย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1702</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/>ปัญหา สุขภาพช่องปากที่สำคัญอย่าง ‘กลิ่นปาก’ ที่หอบเอาลมหายใจเหม็น ๆ ออกมาจากช่องปากทุกยามที่คุณปริปากนั้นเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจไม่ใช่ น้อย เพราะเคยทำให้ใครหลายคนพยายามสงวนคำพูด ลดโอกาสการสนทนา ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากให้คู่สนทนาได้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ แถมยังบั่นทอนบุคลิกภาพที่ดีลงไปทว่า คุณจะเห็นเรื่องกลิ่นปากเป็นเรื่องเล็ก เพราะยามที่เริ่มส่งกลิ่นเหม็นเมื่อไหร่ ก็หยิบลูกอม หมากฝรั่ง ยัดใส่ปาก หรือไม่ก็ขอเวลานอกไปกลั้วปากบ้วนน้ำ แปรงฟัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูก โดยวิธีดังกล่าวเป็นการขจัดปัญหากลิ่นปากที่อาจเกิดจากการรับประทานอาหารบาง ชนิด แต่ถ้าสาเหตุของกลิ่นนั้นมาจากปัญหาอื่น ไม่นานกลิ่นปากก็จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเข้าตำราเรื้อรัง
&#8216;ศูนย์ ทันตกรรม Dentalis โรงพยาบาลเวชธานี&#8217; ที่เปิดให้การรักษาปัญหากลิ่นปากพบว่าร้อยละ 80-90 ของผู้ที่มีปัญหากลิ่นปากเรื้อรังมักมีสาเหตุมาจากปัญหาภายในช่องปาก ที่มีทั้งลิ้นเป็นฝ้า ร่องเหงือกอักเสบ โรคปริทันต์หรืออวัยวะรอบฟันอักเสบ แผลในช่องปาก ฟันผุ ฟันคุด ฟันซ้อนเก ฟันปลอมหรือวัสดุอื่น ๆ ที่ใส่เพื่อจัดแต่งฟันไม่สะอาดมีเศษอาหารติดค้าง
ส่วนปัจจัยภายนอก ที่ทำให้เกิดกลิ่นปากคือ อาหาร แม้จะไม่ใช่ตัวการก่อกลิ่นที่เรื้อรัง คุณก็ควรรู้ไว้ว่าการรับประทานอาหารจำพวกโปรตีนสูง อย่าง กระเทียม เครื่องเทศ หัวหอม รวมทั้งเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ จะนำพากลิ่นตุ ๆ ให้เกิดขึ้นในปาก รวมทั้งการสูบบุหรี่ด้วย
นอกจากสองปัจจัยที่กล่าว ไปแล้ว กลิ่นปาก อาจเกิดขึ้นเพราะร่างกายส่งสัญญาณบอกความเจ็บป่วยจากอวัยวะภายใน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1702"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1702" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/MCUA3I72TDLEJZWHFGP6.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1703" title="MCUA3I72TDLEJZWHFGP6" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/MCUA3I72TDLEJZWHFGP6.jpg" alt="" width="330" height="240" /></a><strong>ปัญหา สุขภาพช่องปากที่สำคัญอย่าง ‘กลิ่นปาก’ ที่หอบเอาลมหายใจเหม็น ๆ ออกมาจากช่องปากทุกยามที่คุณปริปากนั้นเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจไม่ใช่ น้อย เพราะเคยทำให้ใครหลายคนพยายามสงวนคำพูด ลดโอกาสการสนทนา ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากให้คู่สนทนาได้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ แถมยังบั่นทอนบุคลิกภาพที่ดีลงไป</strong>ทว่า คุณจะเห็นเรื่องกลิ่นปากเป็นเรื่องเล็ก เพราะยามที่เริ่มส่งกลิ่นเหม็นเมื่อไหร่ ก็หยิบลูกอม หมากฝรั่ง ยัดใส่ปาก หรือไม่ก็ขอเวลานอกไปกลั้วปากบ้วนน้ำ แปรงฟัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูก โดยวิธีดังกล่าวเป็นการขจัดปัญหากลิ่นปากที่อาจเกิดจากการรับประทานอาหารบาง ชนิด แต่ถ้าสาเหตุของกลิ่นนั้นมาจากปัญหาอื่น ไม่นานกลิ่นปากก็จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเข้าตำราเรื้อรัง</p>
<p>&#8216;ศูนย์ ทันตกรรม Dentalis โรงพยาบาลเวชธานี&#8217; ที่เปิดให้การรักษาปัญหากลิ่นปากพบว่าร้อยละ 80-90 ของผู้ที่มีปัญหากลิ่นปากเรื้อรังมักมีสาเหตุมาจากปัญหาภายในช่องปาก ที่มีทั้งลิ้นเป็นฝ้า ร่องเหงือกอักเสบ โรคปริทันต์หรืออวัยวะรอบฟันอักเสบ แผลในช่องปาก ฟันผุ ฟันคุด ฟันซ้อนเก ฟันปลอมหรือวัสดุอื่น ๆ ที่ใส่เพื่อจัดแต่งฟันไม่สะอาดมีเศษอาหารติดค้าง</p>
<p>ส่วนปัจจัยภายนอก ที่ทำให้เกิดกลิ่นปากคือ อาหาร แม้จะไม่ใช่ตัวการก่อกลิ่นที่เรื้อรัง คุณก็ควรรู้ไว้ว่าการรับประทานอาหารจำพวกโปรตีนสูง อย่าง กระเทียม เครื่องเทศ หัวหอม รวมทั้งเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ จะนำพากลิ่นตุ ๆ ให้เกิดขึ้นในปาก รวมทั้งการสูบบุหรี่ด้วย</p>
<p>นอกจากสองปัจจัยที่กล่าว ไปแล้ว กลิ่นปาก อาจเกิดขึ้นเพราะร่างกายส่งสัญญาณบอกความเจ็บป่วยจากอวัยวะภายใน เช่น ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ อาทิ การอักเสบหรือมะเร็งในโพรงจมูก ไซนัส ทอนซิล คอหอย กล่องเสียง หรือปอด โรคของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ การอักเสบของหลอดอาหาร โรคกระเพาะ โรคลำไส้ ทั้งนี้ยังมีการวิจัยพบว่า โรคกรดไหลย้อน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเยื่อบุผิวทางเดินหายใจ มีผลให้น้ำมูกข้นเหนียวกว่าปกติ และจะไหลลงลำคอด้านหลังจมูก (Post Nasal Drip) ซึ่งเป็นอาการเดียวกับผู้ที่ทางเดินหายใจอักเสบเรื้อรัง</p>
<p>ยังมีการป่วยด้วยโรคตับ โรคไต และโรคเบาหวาน ที่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้อีก โดยสามโรคตอนท้ายนี้จะมีกลิ่นเฉพาะของแต่ละโรค</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1702/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>9 เคล็ดลับต้านหวัด เรามาดูแลสุขภาพต้านหวัดด้วยวิธีต่อไปนี้</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1698</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1698#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Mar 2010 03:36:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[9 เคล็ดลับต้านหวัด]]></category>
		<category><![CDATA[9 เคล็ดลับต้านหวัด เรามาดูแลสุขภาพต้านหวัดด้วยวิธีต่อไปนี้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1698</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/>
แม้ หลายคนจะคิดว่าเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง เราก็มีโอกาสเป็นหวัดได้เป็นธรรมดา แต่เชื่อไหมคะว่าหากแข็งแรงเต็มร้อยแล้ว ไม่ว่าอากาศจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร หวัดก็ไม่สามารถทำให้เราล้มหมอนนอนเสื่อกันได้ง่าย ๆ เรามาดูแลสุขภาพต้านหวัดด้วยวิธีต่อไปนี้กันค่ะ
1. นอนหลับให้เพียงพอ มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าการนอนหลับไม่เพียงพอทำให้ จำนวนเซลล์ในร่างกายที่ทำหน้าที่ต่อต้านเชื้อโรคต่าง ๆ ลดลง จึงควรนอนหลับสนิททุก ๆ วัน
2. ออกกำลังกาย ชอบ ออกกำลังกายแบบไหน เลือกได้ตามความชอบและความถนัด แล้วทำอย่างต่อเนื่องวันละครึ่งชั่วโมงช่วยเพิ่มเซลล์ที่ป้องกันโรคภัยไข้ เจ็บได้มากมาย
3. ล้างมือด้วยสบู่ โดยใส่ใจการล้างมือเป็นพิเศษก่อนรับประทานอาหาร หลังกลับนอกบ้าน หลังจากใช้ห้องน้ำสาธารณะ สัมผัสกับสัตว์ และหลังการไอหรือจาม
4. แยกเก็บแปรงสีฟัน เมื่อมีคนในครอบครัวป่วย ให้แยกเก็บแปรงสีฟันของคนป่วยออกจากของคนอื่นๆ หลังจากหายป่วยแล้ว ให้จุ่มแปรงสีฟันในน้ำเดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรค
5. ซักผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดมือต้องสะอาดเสมอ แนะนำให้ซักในน้ำร้อนทุก 3-4 วัน โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นหวัดกันมาก
6. ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วย ป้องกันอาการป่วยได้ เนื่องจากน้ำทำให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ ในระบบทางเดินหายใจชุ่มชื้น ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคฝังตัว และทำให้ระบบภูมิชีวิตทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
7. เปิดหน้าต่าง เพื่อให้มีอากาศถ่ายเท ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับสารจากธรรมชาติในอากาศไปพร้อม ๆ กับไล่เชื้อโรคที่มีอยู่ด้วย ทำให้ระบบภูมิชีวิตแข็งแรงขึ้น
8. ผ่อนคลาย การทำสมาธิ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1698"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1698" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/7725201_296.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1699" title="7725201_296" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/7725201_296.jpg" alt="" width="377" height="450" /></a></p>
<p>แม้ หลายคนจะคิดว่าเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง เราก็มีโอกาสเป็นหวัดได้เป็นธรรมดา แต่เชื่อไหมคะว่าหากแข็งแรงเต็มร้อยแล้ว ไม่ว่าอากาศจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร หวัดก็ไม่สามารถทำให้เราล้มหมอนนอนเสื่อกันได้ง่าย ๆ เรามาดูแลสุขภาพต้านหวัดด้วยวิธีต่อไปนี้กันค่ะ</p>
<p>1. นอนหลับให้เพียงพอ มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าการนอนหลับไม่เพียงพอทำให้ จำนวนเซลล์ในร่างกายที่ทำหน้าที่ต่อต้านเชื้อโรคต่าง ๆ ลดลง จึงควรนอนหลับสนิททุก ๆ วัน</p>
<p>2. ออกกำลังกาย ชอบ ออกกำลังกายแบบไหน เลือกได้ตามความชอบและความถนัด แล้วทำอย่างต่อเนื่องวันละครึ่งชั่วโมงช่วยเพิ่มเซลล์ที่ป้องกันโรคภัยไข้ เจ็บได้มากมาย</p>
<p>3. ล้างมือด้วยสบู่ โดยใส่ใจการล้างมือเป็นพิเศษก่อนรับประทานอาหาร หลังกลับนอกบ้าน หลังจากใช้ห้องน้ำสาธารณะ สัมผัสกับสัตว์ และหลังการไอหรือจาม</p>
<p>4. แยกเก็บแปรงสีฟัน เมื่อมีคนในครอบครัวป่วย ให้แยกเก็บแปรงสีฟันของคนป่วยออกจากของคนอื่นๆ หลังจากหายป่วยแล้ว ให้จุ่มแปรงสีฟันในน้ำเดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรค</p>
<p>5. ซักผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดมือต้องสะอาดเสมอ แนะนำให้ซักในน้ำร้อนทุก 3-4 วัน โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นหวัดกันมาก</p>
<p>6. ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วย ป้องกันอาการป่วยได้ เนื่องจากน้ำทำให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ ในระบบทางเดินหายใจชุ่มชื้น ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคฝังตัว และทำให้ระบบภูมิชีวิตทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p>7. เปิดหน้าต่าง เพื่อให้มีอากาศถ่ายเท ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับสารจากธรรมชาติในอากาศไปพร้อม ๆ กับไล่เชื้อโรคที่มีอยู่ด้วย ทำให้ระบบภูมิชีวิตแข็งแรงขึ้น</p>
<p>8. ผ่อนคลาย การทำสมาธิ หลับตา หายใจลึก ๆ คิดถึงความสุข ช่วยลดความเครียด ทำให้ร่างกายไม่ป่วยง่าย</p>
<p>9. วิตามินซีจากธรรมชาติ แครอท กีวี ลูกเกด ถั่วเขียว ส้ม สตรอว์เบอร์รี่ บร็อคโคลี่ ดอกกะหล่ำ กะหล่ำปลีมีสารพฤกษเคมีอย่างวิตามินซีและแคโรทีนอยด์ ที่ช่วยเพิ่มภูมิชีวิตได้</p>
<p>ดูแลรอบด้าน ต้านหวัดได้แน่นอนค่ะ</p>
<p>ขอขอบคุณข้อมูลจาก ชีวจิต</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1698/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เปลือกผักผลไม้มีประโยชน์</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1694</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1694#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Mar 2010 03:33:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เปลือกผักผลไม้มีประโยชน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1694</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/>
ใคร ที่ชินกับการกินผักผลไม้ที่ต้องปอกเปลือกให้เกลี้ยงบ้าง อย่าง แตงกวา มันฝรั่ง มะนาว มะกรูด เป็นต้น ทราบหรือไม่ว่า เปลือกที่ปอกทิ้งไปนั้นก็มีประโยชน์เหมือนกัน วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน&#8230;
   เปลือกแอปเปิ้ล เชือ ว่ามีผลในการต่อต้านมะเร็ง ตามที่นักวิจัยพบว่าเปลือกของแอ๊ปเปิ้ลแดงผลหนึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ เทียบเท่าวิตามินซี 820 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ได้จากน้ำส้มคั้นถึง 2 ควอตช์ เลยทีเดียว
  เปลือกมันฝรั่ง อุดมไปด้วยใยอาหาร (fiber) ธาตุเหล็ก โปแตสเซียม และวิตามินบี มากกว่าที่ได้จากเนื้อมันเสียอีก เมื่อเทียบปริมาณเท่า ๆ กันแล้ว
  ผิวส้ม มะนาว หรือมะกรูด มี สาร ดี-ไลโมนีน (น้ำมันหอมระเหยชนิดหนึ่ง) เทอปีน เฮสเพอริดีน (ยาป้องกันการตกเลือดโดยลดความเปราะของเส้นเลือด) คูมาริน (สารต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย) และแคโรทีนอยด์ (สารสีเหลืองช่วยต้านอนุมูลอิสระ) ซึ่งดีต่อสุขภาพ
รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองหันมาทานผักผลไม้พร้อมทั้งเปลือกดู แต่ก่อนทานก็อย่าลืมล้างให้สะอาดก่อนแล้วกัน
ที่มาจาก www.thaihealth.info
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1694"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1694" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-19.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับสุขภาพ" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/apples2.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1695" title="apples2" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/apples2.jpg" alt="" width="310" height="299" /></a></p>
<p>ใคร ที่ชินกับการกินผักผลไม้ที่ต้องปอกเปลือกให้เกลี้ยงบ้าง อย่าง แตงกวา มันฝรั่ง มะนาว มะกรูด เป็นต้น ทราบหรือไม่ว่า เปลือกที่ปอกทิ้งไปนั้นก็มีประโยชน์เหมือนกัน วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน&#8230;</p>
<p><strong> <img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/1138527401.gif" alt="" /></strong> <strong> เปลือกแอปเปิ้ล</strong> เชือ ว่ามีผลในการต่อต้านมะเร็ง ตามที่นักวิจัยพบว่าเปลือกของแอ๊ปเปิ้ลแดงผลหนึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ เทียบเท่าวิตามินซี 820 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ได้จากน้ำส้มคั้นถึง 2 ควอตช์ เลยทีเดียว</p>
<p><strong> <img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/1138527401.gif" alt="" /></strong> <strong>เปลือกมันฝรั่ง</strong> อุดมไปด้วยใยอาหาร (fiber) ธาตุเหล็ก โปแตสเซียม และวิตามินบี มากกว่าที่ได้จากเนื้อมันเสียอีก เมื่อเทียบปริมาณเท่า ๆ กันแล้ว</p>
<p><strong> <img src="http://content.mthai.com/upload_images/Album/icon/1138527401.gif" alt="" /></strong> <strong>ผิวส้ม มะนาว หรือมะกรูด</strong> มี สาร ดี-ไลโมนีน (น้ำมันหอมระเหยชนิดหนึ่ง) เทอปีน เฮสเพอริดีน (ยาป้องกันการตกเลือดโดยลดความเปราะของเส้นเลือด) คูมาริน (สารต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย) และแคโรทีนอยด์ (สารสีเหลืองช่วยต้านอนุมูลอิสระ) ซึ่งดีต่อสุขภาพ<br />
รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองหันมาทานผักผลไม้พร้อมทั้งเปลือกดู แต่ก่อนทานก็อย่าลืมล้างให้สะอาดก่อนแล้วกัน</p>
<p>ที่มาจาก <a href="http://www.thaihealth.info/">www.thaihealth.info</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1694/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีถอนขนคิ้ว อย่างถูกวิธี ลองเข้ามาดูกันค่ะ</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1690</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1690#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Mar 2010 03:31:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับการแต่งหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีถอนขนคิ้ว]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีถอนขนคิ้ว อย่างถูกวิธี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1690</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-3.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับการแต่งหน้า" /><br/>ใครที่อยากมีคิ้วสวย แต่ไม่รู้จะถอนขนคิ้วอย่างไร วันนี้มีวิธีถอนขนคิ้วมาบอก&#8230;.
 ก่อนลงมือถอน ควรเตรียมผิวด้วยการลงเจลสูตรบางเบาที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ ดอกคาโมไมล์ และน้ำมันสะระแหน่ เพื่อให้เกิดความเย็นและลดการอักเสบในระหว่างและหลังการถอนคิ้วเวลาถอนจะได้ เจ็บน้อยลง
 ใช้ดินสอเขียนคิ้ว เขียนรูปคิ้วที่ต้องการก่อน แล้วค่อยถอนส่วนที่เกินออก
 ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นหรือสิ้นสุดตรงไหน ให้ใช้ดินสอวาดขอบตาวางทาบเป็นแนวตรง จากด้านข้างของปลายจมูก แล้วถอนส่วนที่เกินออกมาทั้ง 2 ข้าง จากนั้นหันดินสอทาบจากปลายจมูกไปถึงหางตา ถอนส่วนที่เกินออกมาจากด้านนอกของแนวดินสอ
 เก็บรายละเอียดที่ใต้คิ้ว ตรงไหนเกินออกมาจากแนวคิ้วก็ถอนออกให้หมด หรือถ้าเผลอถอนออกมากเกินไป ก็สามารถใช้ดินสอเขียนคิ้วตกแต่งเพิ่มได้
เพียงเท่านี้ก็จะได้คิ้วที่สวยได้รูปตามใจตัวเอง&#8230;
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1690"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1690" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-3.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับการแต่งหน้า" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/27_20091117110552..jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1691" title="27_20091117110552." src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/27_20091117110552..jpg" alt="" width="307" height="212" /></a><strong>ใครที่อยากมีคิ้วสวย แต่ไม่รู้จะถอนขนคิ้วอย่างไร วันนี้มีวิธีถอนขนคิ้วมาบอก&#8230;.</strong></p>
<p><img src="http://images.thaiza.com/45/45_200904281225022..gif" alt="" width="19" height="19" /> ก่อนลงมือถอน ควรเตรียมผิวด้วยการลงเจลสูตรบางเบาที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ ดอกคาโมไมล์ และน้ำมันสะระแหน่ เพื่อให้เกิดความเย็นและลดการอักเสบในระหว่างและหลังการถอนคิ้วเวลาถอนจะได้ เจ็บน้อยลง</p>
<p><img src="http://images.thaiza.com/45/45_200904281225021..gif" alt="" width="19" height="19" /> ใช้ดินสอเขียนคิ้ว เขียนรูปคิ้วที่ต้องการก่อน แล้วค่อยถอนส่วนที่เกินออก</p>
<p><img src="http://images.thaiza.com/45/45_200904281225022..gif" alt="" width="19" height="19" /> ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นหรือสิ้นสุดตรงไหน ให้ใช้ดินสอวาดขอบตาวางทาบเป็นแนวตรง จากด้านข้างของปลายจมูก แล้วถอนส่วนที่เกินออกมาทั้ง 2 ข้าง จากนั้นหันดินสอทาบจากปลายจมูกไปถึงหางตา ถอนส่วนที่เกินออกมาจากด้านนอกของแนวดินสอ</p>
<p><img src="http://images.thaiza.com/45/45_200904281225021..gif" alt="" width="19" height="19" /> เก็บรายละเอียดที่ใต้คิ้ว ตรงไหนเกินออกมาจากแนวคิ้วก็ถอนออกให้หมด หรือถ้าเผลอถอนออกมากเกินไป ก็สามารถใช้ดินสอเขียนคิ้วตกแต่งเพิ่มได้</p>
<p><strong>เพียงเท่านี้ก็จะได้คิ้วที่สวยได้รูปตามใจตัวเอง&#8230;</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1690/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคแต่งหน้าดี ๆ แก้ไขจุดบกพร่อง</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1688</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1688#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Mar 2010 03:30:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับการแต่งหน้า]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคแต่งหน้าดี]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคแต่งหน้าดี ๆ แก้ไขจุดบกพร่อง]]></category>
		<category><![CDATA[แก้ไขจุดบกพร่อง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1688</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-3.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับการแต่งหน้า" /><br/>
เดี๋ยวนี้แก้ไขรูปหน้าที่บกพร่องไม่ใช่เรื่องยากสำหรับสาว ๆ เพียงรู้เทคนิคแต่งหน้าดี ๆ ก็สวยได้โดยไม่พึ่งต้องศัลยกรรม
 ใต้ตาดูหมองคล้ำไม่สดใส ลองใช้ไฮไลท์ผสมประกายมุก เกลี่ยบริเวณรอบดวงตา
 ริมฝีปากบางควรใช้ลิปลายเนอร์เขียนเพิ่มขนาดรูปปาก ก่อนลงลิปสติกสีเดียวกันให้ทั่ว
 สาวแก้มเยอะ ใช้เฉดดิ้งสีน้ำตาลปัดไล้ใต้แนวโหนกแก้มและแนวกราม เพื่อให้ใบหน้าได้สัดส่วนขึ้น
 สุดท้ายปัดไฮไลท์สีสว่างที่หน้าผาก สันจมูก ปลายคาง และโหนกแก้ม ซึ่งถือเป็นจุดรับแสง จะช่วยให้หน้าดูสว่างสดใสขึ้น
 A. จมูก 
  จมูกแบน
แตะคอนซีลเลอร์สีเข้มกว่าผิวจริงบริเวณร่องจมูก (ระหว่างปีกจมูกและสันจมูก) ไล่ขึ้นไปจนถึงช่วงกลางจมูก จากนั้นใช้ไฮไลท์สีสว่างไล้จากปลายจมูกขึ้นไปเพื่อให้เห็นสันจมูกชัดขึ้น วิธีนี้จะทำให้จมูกดูโด่งอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้อายแชโดว์สีน้ำตาล ไล้บริเวณข้างสันจมูก
  จมูกโด่งเป็นสันเกินไป

จมูกโด่งเกินไปใช่ว่าจะดี เพราะจะทำให้หน้าดูแข็ง ลองแตะคอนซีลเลอร์สีอ่อนบริเวณด้านข้างจมูกไล่ลงมาจนถึงปีกจมูก จากนั้นปัดแป้งสีเข้มกว่ารองพื้น 1 เบอร์ที่สันจมูกเบาๆ
  จมูกใหญ่หรือปีกจมูกใหญ่
แตะคอนซีลเลอร์สีเข้มกว่ารองพื้น 1 – 2 เบอร์ ที่ข้างสันจมูกทั้งสองข้างเล็กน้อย สีเข้มของคอนซีลเลอร์จะช่วยให้จมูกดูเล็กลง อาจปัดไฮไลท์ที่สันจมูกช่วยให้จมูกดูสมส่วนยิ่งขึ้น
 B. แก้ม 
  แก้มเยอะ

เริ่มจากหาตำแหน่งโหนกแก้มโดยการยิ้ม แล้วปัดบลัชออนบริเวณจุดสูงสุดของโหนกแก้มไล่เฉียงขึ้นไปถึงแนวขมับ แล้วปัดเฉดดิ้งจากข้างใบหูไล่มาตามแนวใต้กระดูกแก้ม เพื่อให้หน้าแลดูตอบลง
 Tip จริงๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1688"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1688" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-3.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับการแต่งหน้า" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/27_20091116112650..jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1687" title="27_20091116112650." src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/27_20091116112650..jpg" alt="" width="412" height="232" /></a></p>
<p><strong>เดี๋ยวนี้แก้ไขรูปหน้าที่บกพร่องไม่ใช่เรื่องยากสำหรับสาว ๆ เพียงรู้เทคนิคแต่งหน้าดี ๆ ก็สวยได้โดยไม่พึ่งต้องศัลยกรรม</strong></p>
<p><img src="http://images.thaiza.com/45/45_20080423160615..gif" alt="" width="9" height="9" /> ใต้ตาดูหมองคล้ำไม่สดใส ลองใช้ไฮไลท์ผสมประกายมุก เกลี่ยบริเวณรอบดวงตา</p>
<p><img src="http://images.thaiza.com/45/45_20080423160615..gif" alt="" width="9" height="9" /> ริมฝีปากบางควรใช้ลิปลายเนอร์เขียนเพิ่มขนาดรูปปาก ก่อนลงลิปสติกสีเดียวกันให้ทั่ว</p>
<p><img src="http://images.thaiza.com/45/45_20080423160615..gif" alt="" width="9" height="9" /> สาวแก้มเยอะ ใช้เฉดดิ้งสีน้ำตาลปัดไล้ใต้แนวโหนกแก้มและแนวกราม เพื่อให้ใบหน้าได้สัดส่วนขึ้น</p>
<p><img src="http://images.thaiza.com/45/45_20080423160615..gif" alt="" width="9" height="9" /> สุดท้ายปัดไฮไลท์สีสว่างที่หน้าผาก สันจมูก ปลายคาง และโหนกแก้ม ซึ่งถือเป็นจุดรับแสง จะช่วยให้หน้าดูสว่างสดใสขึ้น</p>
<p><strong> A. จมูก </strong></p>
<p><strong> <img src="http://images.thaiza.com/45/45_20070212233319..gif" alt="" width="16" height="14" /> จมูกแบน</strong></p>
<p>แตะคอนซีลเลอร์สีเข้มกว่าผิวจริงบริเวณร่องจมูก (ระหว่างปีกจมูกและสันจมูก) ไล่ขึ้นไปจนถึงช่วงกลางจมูก จากนั้นใช้ไฮไลท์สีสว่างไล้จากปลายจมูกขึ้นไปเพื่อให้เห็นสันจมูกชัดขึ้น วิธีนี้จะทำให้จมูกดูโด่งอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้อายแชโดว์สีน้ำตาล ไล้บริเวณข้างสันจมูก</p>
<p><strong> <img src="http://images.thaiza.com/45/45_20070212233319..gif" alt="" width="16" height="14" /> จมูกโด่งเป็นสันเกินไป<br />
</strong><br />
จมูกโด่งเกินไปใช่ว่าจะดี เพราะจะทำให้หน้าดูแข็ง ลองแตะคอนซีลเลอร์สีอ่อนบริเวณด้านข้างจมูกไล่ลงมาจนถึงปีกจมูก จากนั้นปัดแป้งสีเข้มกว่ารองพื้น 1 เบอร์ที่สันจมูกเบาๆ</p>
<p><strong> <img src="http://images.thaiza.com/45/45_20070212233319..gif" alt="" width="16" height="14" /> จมูกใหญ่หรือปีกจมูกใหญ่</strong></p>
<p>แตะคอนซีลเลอร์สีเข้มกว่ารองพื้น 1 – 2 เบอร์ ที่ข้างสันจมูกทั้งสองข้างเล็กน้อย สีเข้มของคอนซีลเลอร์จะช่วยให้จมูกดูเล็กลง อาจปัดไฮไลท์ที่สันจมูกช่วยให้จมูกดูสมส่วนยิ่งขึ้น</p>
<p><strong> B. แก้ม </strong></p>
<p><strong> <img src="http://images.thaiza.com/45/45_20070212233319..gif" alt="" width="16" height="14" /> แก้มเยอะ<br />
</strong><br />
เริ่มจากหาตำแหน่งโหนกแก้มโดยการยิ้ม แล้วปัดบลัชออนบริเวณจุดสูงสุดของโหนกแก้มไล่เฉียงขึ้นไปถึงแนวขมับ แล้วปัดเฉดดิ้งจากข้างใบหูไล่มาตามแนวใต้กระดูกแก้ม เพื่อให้หน้าแลดูตอบลง</p>
<p><strong> Tip</strong> จริงๆ ไม่ควรใช้บลัชออนที่มีความแวววาว เพราะจะทำให้เนื้อแก้มดูมากขึ้น แต่เทรนด์ช่วงนี้เหมาะกับแก้มฉ่ำๆ ดังนั้นแนะนำให้ปัดบลัชออนตามสูตร แล้วเติมบลัชออนเนื้อวาวเฉพาะโหนกแก้มด้านบนเล็กน้อยก็พอ</p>
<p><strong> <img src="http://images.thaiza.com/45/45_20070212233319..gif" alt="" width="16" height="14" /> แก้มตอบ</strong></p>
<p>บลัชออนเนื้อครีมหรือแบบผสมกลิตเตอร์เหมาะกับสาวแก้มตอบที่สุด เพราะความแวววาวจะทำให้แก้มดูมีเนื้อขึ้นเวลาโดนแสง ปัดเป็นวงกลมโดยเน้นให้สีเข้มที่สุดบริเวณโหนกแก้ม แล้วค่อยๆเกลี่ยสีให้กระจายออกไปยังไรผม</p>
<p><strong> C. ตา </strong></p>
<p><strong> <img src="http://images.thaiza.com/45/45_20070212233319..gif" alt="" width="16" height="14" /> ตาเล็ก<br />
</strong><br />
ไล้อายแชโดว์สีอ่อนให้ทั่วเปลือกตา แล้วใช้อายแชโดว์สีเข้มสร้างมิติให้ดวงตา โดยเริ่มเกลี่ยสีจากหางตาไล่ตามแนวกระบอกตา ให้น้ำหนักสีเข้มบริเวณสุดอยู่ที่ปลายหางตา ไล้ให้สีอ่อนลงเรื่อยๆจนถึงหัวตา</p>
<p>สุดท้ายปัดไฮไลท์ที่หัวตาและโหนกคิ้ว แล้วเพิ่มความคมเข้มด้วยการเขียนอายไลเนอร์เส้นหนาที่ขอบตาบน หรือถ้าอยากตามเทรนด์ญี่ปุ่นจะเขียนขอบตาล่างด้วยก็ได้</p>
<p>นอกจากการดัดขนตาแล้ว มาสคาราก็ช่วยสาวหมวยได้เยอะ โดยเฉพาะการปัดขนตาล่าง</p>
<p><strong> Tip</strong> สำหรับสาวตาชั้นเดียวหรือชั้นตาหลบ การติดขนตาปลอมจะช่วยให้เห็นชั้นตาชัดและดูตาโตขึ้นได้จนคุณเองยังแปลกใจ</p>
<p><strong> <img src="http://images.thaiza.com/45/45_20070212233319..gif" alt="" width="16" height="14" /> ตาตก</strong></p>
<p>สาวๆสามารถแต่งตาได้ตามปกติ แต่เพิ่มน้ำหนักสีช่วงหางตา ด้วยการไล้อายแชโดว์สีเข้มชิดขอบตาบนโดยเกลี่ยสีช่วงหางตาให้ฟุ้งขึ้น จากนั้นกรีดอายไลเนอร์บริเวณหางตาให้เป็นรูปตัววี แค่นี้ก็ช่วยได้เยอะแล้ว</p>
<p><strong> <img src="http://images.thaiza.com/45/45_20070212233319..gif" alt="" width="16" height="14" /> ตาโปน</strong></p>
<p>ตาลักษณะนี้สามารถแต่งแบบสโมกกี้อายส์ที่ฮิตๆกันได้สบาย เพราะอายแชโดว์สีเข้มจะทำให้ดวงตาดูเล็กลง อาจใช้แปรงขนาดเล็กแตะอายแชโดว์สีเข้มอย่างสีดำ น้ำตาล หรือน้ำเงิน ลงเพิ่มที่ขอบตาล่างโดยไล่จากหางตาเข้ามาถึงกึ่งกลางตา</p>
<p><strong> D. ปาก<br />
</strong><br />
<strong> <img src="http://images.thaiza.com/45/45_20070212233319..gif" alt="" width="16" height="14" /> ริมผีปากบาง</strong></p>
<p>ใช้ดินสอเขียนขอบปากสีเดียวกับลิปสติก เขียนให้ริมฝีปากใหญ่กว่าจริงเล็กน้อย แล้วค่อยลงลิปสติกเนื้อแวววาวก่อนเพิ่มความอวบอิ่มด้วยลิปกลอสอีกครั้ง</p>
<p><strong> <img src="http://images.thaiza.com/45/45_20070212233319..gif" alt="" width="16" height="14" /> ริมฝีปากหนา<br />
</strong><br />
เพื่อให้ง่ายต่อการสร้างเส้นริมฝีปากใหม่ ควรลงรองพื้นทับริมฝีปากจนทั่วก่อน จากนั้นใช้ดินสอเขียนขอบปากวาดให้มีความหนาน้อยกว่าที่เป็นอยู่ จากนั้นเลือกใช้ลิปสติกสีเข้มลงให้ทั่วริมฝีปาก ควรระวังลิปสติกสีอ่อนหรือมีความวาว เพราะจะทำให้ริมฝีปากยิ่งดูหนาไปกันใหญ่</p>
<p><strong>Tip</strong> ระวังอย่าสร้างเส้นริมฝีปากใหม่ต่างจากเส้นจริงมากนัก ไม่อย่างนั้นจะดูไม่แนบเนียนจนคนอื่นจับได้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1688/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Floral Prints Trend Spring/Summer 2010</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1679</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1679#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Mar 2010 03:25:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับแฟชั่น Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[Floral Prints Trend Spring]]></category>
		<category><![CDATA[Floral Prints Trend Spring/Summer 2010]]></category>
		<category><![CDATA[Summer 2010]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1679</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-7.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับแฟชั่น Fashion" /><br/>ชุดลายดอกยังไม่หมดยุคสมัย วันนี้ช้อคโกเกิร์ลกลับมาพร้อมกับแฟชั่นซีซั่นใหม่ของปี 2010 ค่ะ
ลาย ดอกสำหรับปีนี้จะเน้นความอบอุ่นที่ยังไม่จางหายตั้งแต่เมื่อปีก่อน แฟชั่นร่วมสมัยนี้ยังได้ออกแบบลวดลายและดีไซน์ที่ทันสมัยเข้ากับยุคใหม่ได้ เป็นอย่างดี สำหรับสีปีนี้จะเน้นสีสว่างสดใส เป็นที่น่าจับตามอง สิ่งหนึ่งที่ยังเก๋ไก๋ก็คือ สามารถใช้เป็นชุดลำลองที่ดูดีได้ ลองมาดูคำแนะนำเล็กๆน้อยในการเลือกซื้อนะคะ
สี
จะ ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะเลือกแบบไหน อาจจะเลือกที่สีตัดกันบ้างเล็กน้อย หรือสีโทนเดียวกัน ขนาดของลายดอกเองก็มีความสำคัญไม่น้อย  ซึ่งในแต่ละชุดอาจจะมีหลายลายหลายขนาดด้วยกัน ซึ่งจะให้ความรู้สึกที่เป็นอิสระในการจะเลือกใช้เครื่องประดับด้วย แต่ยังไงก็ตาม หากเลือกจะมีเครื่องประดับ ควรเลือกใช้เป็นกระเป๋าถือสักใบ สีเดียวเรียบๆ โทนสีอบอุ่นหรือสีโทนร้อนก็ได้ ให้เข้ากับชุด
รูปร่าง
การ เลือกขนาดลวดลายให้เหมาะกับรูปร่างของผู้หญิงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึง ถึง ผู้หญิงรูปร่างเล็กควรเลือกขนาดลายดอกกลางๆ เพื่อไม่เป็นการเพิ่มไซส์ให้กับรูปร่างมากเกินไป สำหรับสาวร่างใหญ่หรืออวบอั๋น เลี่ยงที่เลือกลายดอกใหญ่ๆ ให้เลือกลายเล็กๆ หรือมีลายดอกยาวๆ หรืออาจจะเลือกชุดลายดอกเพียงแค่บางส่วน เป็นเสื้อ กระโปรง หรือกางเกงก็เก๋ไก๋ไปอีกแบบ
เนื้อผ้า
สำหรับ ปีนี้ควรเลือกเนื้อผ้าที่นุ่มเบาสลาย หลายๆคนอาจจะรู้สึกไม่มั่นใจ แต่การเลือกใช้ผ้าไหมหรือผ้าชีฟอง ทำให้เราดูผอมลง และยังดูดีอีกต่างหาก การเลือกเนื้อผ้าก็ขึ้นอยู่กับรูปร่างของเราอีกเช่นกัน จะให้ดีควรลองหลายๆชุดเปรียบเทียบกันก่อนตัดสินใจซื้อ


ขอบคุณภาพจาก Style.com
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1679"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1679" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-7.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับแฟชั่น Fashion" /><br/><p><a href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/floral1.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1680" title="floral1" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/floral1.jpg" alt="" width="200" height="300" /></a><span style="font-family: Tahoma; color: #494949; font-size: small;">ชุดลายดอกยังไม่หมดยุคสมัย วันนี้ช้อคโกเกิร์ลกลับมาพร้อมกับแฟชั่นซีซั่นใหม่ของปี 2010 ค่ะ</span></p>
<p>ลาย ดอกสำหรับปีนี้จะเน้นความอบอุ่นที่ยังไม่จางหายตั้งแต่เมื่อปีก่อน แฟชั่นร่วมสมัยนี้ยังได้ออกแบบลวดลายและดีไซน์ที่ทันสมัยเข้ากับยุคใหม่ได้ เป็นอย่างดี สำหรับสีปีนี้จะเน้นสีสว่างสดใส เป็นที่น่าจับตามอง สิ่งหนึ่งที่ยังเก๋ไก๋ก็คือ สามารถใช้เป็นชุดลำลองที่ดูดีได้ ลองมาดูคำแนะนำเล็กๆน้อยในการเลือกซื้อนะคะ</p>
<p><strong>สี</strong><br />
จะ ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะเลือกแบบไหน อาจจะเลือกที่สีตัดกันบ้างเล็กน้อย หรือสีโทนเดียวกัน ขนาดของลายดอกเองก็มีความสำคัญไม่น้อย  ซึ่งในแต่ละชุดอาจจะมีหลายลายหลายขนาดด้วยกัน ซึ่งจะให้ความรู้สึกที่เป็นอิสระในการจะเลือกใช้เครื่องประดับด้วย แต่ยังไงก็ตาม หากเลือกจะมีเครื่องประดับ ควรเลือกใช้เป็นกระเป๋าถือสักใบ สีเดียวเรียบๆ โทนสีอบอุ่นหรือสีโทนร้อนก็ได้ ให้เข้ากับชุด</p>
<p><strong>รูปร่าง<br />
</strong>การ เลือกขนาดลวดลายให้เหมาะกับรูปร่างของผู้หญิงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึง ถึง ผู้หญิงรูปร่างเล็กควรเลือกขนาดลายดอกกลางๆ เพื่อไม่เป็นการเพิ่มไซส์ให้กับรูปร่างมากเกินไป สำหรับสาวร่างใหญ่หรืออวบอั๋น เลี่ยงที่เลือกลายดอกใหญ่ๆ ให้เลือกลายเล็กๆ หรือมีลายดอกยาวๆ หรืออาจจะเลือกชุดลายดอกเพียงแค่บางส่วน เป็นเสื้อ กระโปรง หรือกางเกงก็เก๋ไก๋ไปอีกแบบ</p>
<p><strong>เนื้อผ้า</strong><br />
สำหรับ ปีนี้ควรเลือกเนื้อผ้าที่นุ่มเบาสลาย หลายๆคนอาจจะรู้สึกไม่มั่นใจ แต่การเลือกใช้ผ้าไหมหรือผ้าชีฟอง ทำให้เราดูผอมลง และยังดูดีอีกต่างหาก การเลือกเนื้อผ้าก็ขึ้นอยู่กับรูปร่างของเราอีกเช่นกัน จะให้ดีควรลองหลายๆชุดเปรียบเทียบกันก่อนตัดสินใจซื้อ</p>
<p><a href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/floral2.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1681" title="floral2" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/floral2.jpg" alt="" width="230" height="348" /></a><a href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/floral3.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1682" title="floral3" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/floral3.jpg" alt="" width="230" height="348" /></a></p>
<p><a href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/floral4.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1683" title="floral4" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/floral4.jpg" alt="" width="230" height="348" /></a><a href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/floral5.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1684" title="floral5" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/floral5.jpg" alt="" width="230" height="348" /></a></p>
<p><span style="font-family: Tahoma; color: #494949; font-size: small;">ขอบคุณภาพจาก Style.com</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1679/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไม่ต้อง ผอมแห้ง ก็สวยได้</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1674</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1674#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Mar 2010 03:18:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับแฟชั่น Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[ไม่ต้อง ผอมแห้ง ก็สวยได้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1674</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-7.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับแฟชั่น Fashion" /><br/>
หลังจากที่เมื่อ ครั้งก่อน &#8220;พิงค์สเกิร์ต&#8221;ออกมาบ่นดังๆ ถึงค่านิยมนางแบบผอมๆ แบบ &#8220;โครงกระดูกเดินได้&#8221; ของวงการแฟชั่นในปัจจุบันไปแล้ว วันนี้เลยจะพาไปดูว่า ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้วนั้น นางแบบที่ &#8220;อวบอั๋น&#8221; เหมือนมนุษย์ปกติทั่วไปเนี่ยะ ก็ดูงดงามไม่แพ้กันและมีชีวิตมากกว่าที่ผอมแห้งเกินไปด้วยซ้ำ

การ รณรงค์เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเป็นเนื้อเป็นหนัก เริ่มจากแคมเปญ &#8220;Dove′s ′real women&#8221; ซึ่งคงพอจะได้ยินกันมาแล้ว แต่ล่าสุดนิตยสาร &#8220;V Magazine&#8221; ของสหรัฐฉบับเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้มอบพื้นที่เต็มๆ ให้กับภาพถ่ายแนวแฟชั้นของผู้หญิงที่มีรูปร่างหลากหลาย ผลงานของ &#8220;โซล์ฟ ซันด์สโบ&#8221; ตากล้องหนุ่มนอร์เวย์

จะ เห็นเลยว่า นางแบบทุกคนล้วนมีต้นขาเนื้อแน่น หน้าท้องที่ไม่แบบราบเหมือนเราๆ แถมยังไม่ต้องใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาลบสัดส่วนให้ดูสมบูรณ์แบบในนิยามของ ความผอมแห้งอีกด้วย

ตากล้องร กล่าวว่า &#8220;ผมชอบการถ่ายครั้งนี้ เพราะมันคือโอกาสแสดงให้เห็นว่า คนปกติอย่างเราๆ ก็สวยงามและเซ็กซี่ได้เช่นกัน&#8221; 
พิงค์สเกิร์ตเห็นด้วยเลยว่า &#8220;ถูกต้องที่สุด
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1674"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1674" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-7.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับแฟชั่น Fashion" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/curvesahead.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1675" title="curvesahead" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/03/curvesahead.jpg" alt="" width="640" height="426" /></a></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">หลังจากที่เมื่อ ครั้งก่อน &#8220;พิงค์สเกิร์ต&#8221;ออกมาบ่นดังๆ ถึงค่านิยมนางแบบผอมๆ แบบ &#8220;โครงกระดูกเดินได้&#8221; ของวงการแฟชั่นในปัจจุบันไปแล้ว วันนี้เลยจะพาไปดูว่า ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้วนั้น นางแบบที่ &#8220;อวบอั๋น&#8221; เหมือนมนุษย์ปกติทั่วไปเนี่ยะ ก็ดูงดงามไม่แพ้กันและมีชีวิตมากกว่าที่ผอมแห้งเกินไปด้วยซ้ำ<br />
</span><br />
<span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">การ รณรงค์เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเป็นเนื้อเป็นหนัก เริ่มจากแคมเปญ &#8220;Dove′s ′real women&#8221; ซึ่งคงพอจะได้ยินกันมาแล้ว แต่ล่าสุดนิตยสาร &#8220;V Magazine&#8221; ของสหรัฐฉบับเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้มอบพื้นที่เต็มๆ ให้กับภาพถ่ายแนวแฟชั้นของผู้หญิงที่มีรูปร่างหลากหลาย ผลงานของ &#8220;โซล์ฟ ซันด์สโบ&#8221; ตากล้องหนุ่มนอร์เวย์<br />
</span><br />
<span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">จะ เห็นเลยว่า นางแบบทุกคนล้วนมีต้นขาเนื้อแน่น หน้าท้องที่ไม่แบบราบเหมือนเราๆ แถมยังไม่ต้องใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาลบสัดส่วนให้ดูสมบูรณ์แบบในนิยามของ ความผอมแห้งอีกด้วย<br />
</span><br />
<span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">ตากล้องร กล่าวว่า &#8220;ผมชอบการถ่ายครั้งนี้ เพราะมันคือโอกาสแสดงให้เห็นว่า คนปกติอย่างเราๆ ก็สวยงามและเซ็กซี่ได้เช่นกัน&#8221; </span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">พิงค์สเกิร์ตเห็นด้วยเลยว่า &#8220;ถูกต้องที่สุด</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1674/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แฟชั่นตาโต-ขนตาเด้ง สวยคู่ความเสี่ยง</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1670</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1670#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Feb 2010 14:21:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[ผู้หญิงกับแฟชั่น Fashion]]></category>
		<category><![CDATA[ขนตาเด้ง]]></category>
		<category><![CDATA[สวยคู่ความเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นตาโต]]></category>
		<category><![CDATA[แฟชั่นตาโต-ขนตาเด้ง สวยคู่ความเสี่ยง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1670</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-7.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับแฟชั่น Fashion" /><br/>ช่วงนี้หนุ่ม ๆ คงรู้สึกแปลกหูแปลกตากันยกใหญ่ที่เห็นสาวไทยน่ารักเหมือนสาวเกาหลี ดวงตากลมโต ขนตางอนเด้ง จนบางครั้งไม่กล้าเดินเฉียดเข้าไปใกล้ เพราะกลัวแขนเสื้อจะไปเกี่ยวขนตาคุณเธอเข้าประเดี๋ยวเป็นเรื่อง พอเพ่งเข้าไปใกล้ ๆ ถึงกับร้องอ๋อ&#8230;ที่แท้คุณสาว ๆ เธอติดขนตาปลอมและใส่คอนแทคเลนส์ตาโตนี่เอง&#8230;นึกว่ามีเชื้อเป็นลูกครึ่ง เกาหลีเสียอีก
ปัจจุบันแฟชั่นขนตาปลอมมาแรงแซงโค้งติดลมบนไม่เลิก สาวไทยหันมาแต่งเสริมเติมสวยกันมากขึ้นตามกระแสแฟชั่นสาวเกาหลี แต่หากห่วงสวยมากไปจนลืมนึกถึงผลเสียที่จะตามมาก็อาจ เป็นอันตรายต่อดวงตาคู่สวยถึงขั้นทำให้ตาบอดได้ พญ.วรรษา รุ่งภูวภัทร จักษุแพทย์โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ให้ความรู้ว่า ขนตาของมนุษย์เราจะมีขนตาบนมากกว่าขนตาล่าง โดยขนตาบนมี 120 เส้น และขนตาล่างมี 80 เส้น
ขนตามีประโยชน์ในการช่วยป้องกันสิ่งแปลก ปลอม เช่น ฝุ่น ควัน และละอองต่าง ๆ ซึ่งขนตาจะเป็นด่านแรกในการป้องกันสิ่งสกปรกต่าง ๆ ไม่ให้เข้าสู่ดวงตาของเราได้ ถ้าหากไม่มีขนตาจะทำให้สิ่งสกปรกรวมทั้งเชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาเราได้ง่ายขึ้น การติด “ขนตาปลอม” ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ขนตาธรรมชาติหลุดร่วง เนื่องจากการติดขนตาปลอมต้องใช้กาว บางคนอาจแพ้กาวจนทำให้ขนตาจริงแห้งเสียเปราะบาง และเวลาแกะขนตาปลอมออกขนตาจริงก็จะหลุดร่วงออกมาด้วย
อย่างไรก็ตาม ขนตามนุษย์สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้ทุก ๆ 1-2 เดือน ช่วงที่ไม่มีขนตาเราสามารถป้องกันฝุ่นละอองหรือสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้าตาได้ ด้วยการสวมใส่แว่นตา ทำให้ขนตาร่วงไม่น่าเป็นห่วง แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษคือดวงตาของเรานั่นเอง ดังนั้น ขนตาปลอมที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่สาววัยรุ่นและสาววัยทำงานนั้นต้องมี คุณภาพดีทั้งตัวขนตาปลอมเองและกาวที่ใช้สำหรับทาติดขนตาด้วย
ที่สำคัญเวลาเราติด ขนตาปลอมจะทำให้ขนตาเราเยอะขึ้นเป็นแผงมองดูแล้วสวยงาม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1670"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1670" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-7.gif" width="17" height="17" alt="" title="ผู้หญิงกับแฟชั่น Fashion" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/02/falseeyelash_1.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1671" title="falseeyelash_1" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/02/falseeyelash_1.jpg" alt="" width="400" height="405" /></a><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">ช่วงนี้หนุ่ม ๆ คงรู้สึกแปลกหูแปลกตากันยกใหญ่ที่เห็นสาวไทยน่ารักเหมือนสาวเกาหลี ดวงตากลมโต ขนตางอนเด้ง จนบางครั้งไม่กล้าเดินเฉียดเข้าไปใกล้ เพราะกลัวแขนเสื้อจะไปเกี่ยวขนตาคุณเธอเข้าประเดี๋ยวเป็นเรื่อง พอเพ่งเข้าไปใกล้ ๆ ถึงกับร้องอ๋อ&#8230;ที่แท้คุณสาว ๆ เธอติดขนตาปลอมและใส่คอนแทคเลนส์ตาโตนี่เอง&#8230;นึกว่ามีเชื้อเป็นลูกครึ่ง เกาหลีเสียอีก</p>
<p>ปัจจุบันแฟชั่นขนตาปลอมมาแรงแซงโค้งติดลมบนไม่เลิก สาวไทยหันมาแต่งเสริมเติมสวยกันมากขึ้นตามกระแสแฟชั่นสาวเกาหลี แต่หากห่วงสวยมากไปจนลืมนึกถึงผลเสียที่จะตามมาก็อาจ เป็นอันตรายต่อดวงตาคู่สวยถึงขั้นทำให้ตาบอดได้ พญ.วรรษา รุ่งภูวภัทร จักษุแพทย์โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ให้ความรู้ว่า ขนตาของมนุษย์เราจะมีขนตาบนมากกว่าขนตาล่าง โดยขนตาบนมี 120 เส้น และขนตาล่างมี 80 เส้น</p>
<p><strong>ขนตามีประโยชน์ในการช่วยป้องกันสิ่งแปลก ปลอม เช่น ฝุ่น ควัน และละอองต่าง ๆ</strong> ซึ่งขนตาจะเป็นด่านแรกในการป้องกันสิ่งสกปรกต่าง ๆ ไม่ให้เข้าสู่ดวงตาของเราได้ ถ้าหากไม่มีขนตาจะทำให้สิ่งสกปรกรวมทั้งเชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาเราได้ง่ายขึ้น การติด “ขนตาปลอม” ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ขนตาธรรมชาติหลุดร่วง เนื่องจากการติดขนตาปลอมต้องใช้กาว บางคนอาจแพ้กาวจนทำให้ขนตาจริงแห้งเสียเปราะบาง และเวลาแกะขนตาปลอมออกขนตาจริงก็จะหลุดร่วงออกมาด้วย</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">อย่างไรก็ตาม <strong>ขนตามนุษย์สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้ทุก ๆ 1-2 เดือน</strong> ช่วงที่ไม่มีขนตาเราสามารถป้องกันฝุ่นละอองหรือสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้าตาได้ ด้วยการสวมใส่แว่นตา ทำให้ขนตาร่วงไม่น่าเป็นห่วง แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษคือดวงตาของเรานั่นเอง ดังนั้น ขนตาปลอมที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่สาววัยรุ่นและสาววัยทำงานนั้นต้องมี คุณภาพดีทั้งตัวขนตาปลอมเองและกาวที่ใช้สำหรับทาติดขนตาด้วย</p>
<p>ที่<strong>สำคัญเวลาเราติด ขนตาปลอมจะทำให้ขนตาเราเยอะขึ้นเป็นแผงมองดูแล้วสวยงาม</strong> แต่ความงามที่ซ่อนอยู่นั้นมีสิ่งสกปรกหมักหมมอยู่ตรงบริเวณโคนตา เพราะเมื่อขนตาเยอะขึ้นจะทำให้เชื้อแบคทีเรีย จุลินทรีย์ต่าง ๆ มาเกาะบริเวณที่สกปรกจึง ทำให้เกิดการอักเสบ ยิ่งถ้าขนตาปลอมไม่มีคุณภาพเกิดหลุดร่วงเข้าไปบาดตาดำจนมีรอยถลอก เป็นแผลที่กระจกตา เชื้อโรคต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเชื้อแบคทีเรียก็จะเข้าไปตามรอยถลอก สิ่งที่ตามมาคือตาและเหยื่อบุตาอักเสบ ติดเชื้อจนตาบอดในที่สุด สำหรับกาวหรือขนตาที่บางคนอาจแพ้จะมีอาการเคืองตา ตาบวมแดง น้ำตาไหล สู้แสงไม่ได้ ตามัว มีขี้ตามากกว่าปกติ ควรหยุดการใช้และรีบมาพบจักษุแพทย์เพื่อรับการรักษา</p>
<p>นอกจากขนตาปลอมแล้วยังมี <strong>“คอนแทคเลนส์ตาโต”</strong> ที่เป็นสาเหตุของการทำร้ายดวงตา และถือว่าเป็นแฟชั่น ที่กำลังนิยมในกลุ่มสาว ๆ  ไม่น้อยไปกว่าขนตาปลอมเลยทีเดียว คอนแทคเลนส์ตาโตมีสีสัน มีลายการ์ตูนหรือลวดลายต่าง ๆ คุณหมอวรรษา ระบุถึงข้อเสียว่า เม็ดสีที่อยู่ ในคอนแทคเลนส์จะทำให้ออกซิเจนซึมผ่านได้น้อยลง ดวงตาจึงติดเชื้อได้ง่ายขึ้น ยิ่งถ้าใส่นอนจะเป็นอันตรายมาก เพราะเวลาเรานอนหลับไม่ได้กะพริบตา ซึ่งการกะพริบตาจะทำให้น้ำตาแทรกเข้าไประหว่างตาดำกับคอนแทคเลนส์ช่วยใน การชะล้างสิ่งสกปรกออกมาได้ แต่เมื่อนอนหลับออกซิเจนจะซึมผ่านได้น้อยลง น้ำตาก็เข้าไม่ได้ ทำให้เชื้อโรคที่อยู่ในตาเกิดการหมักหมมติดเชื้อ ส่งผลให้ตาบอดได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้เกิดขึ้นกับคนไข้หลายรายจนเป็นข่าวไปแล้วเนื่องจากคอน แทคเลนส์อยู่ติดตาดำ ซึ่งการมองเห็นของเราก็คือ ตาดำ</p>
<p>การซื้อคอนแทคเลนส์ราคาถูกตามท้องตลาดเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง เพราะผู้ขายอาจจะนำมาลดราคาเนื่องจากคอนแทคเลนส์หมดอายุแล้วหรือคุณภาพไม่ ได้มาตรฐาน เมื่อราคาถูกวัยรุ่นจึงชอบซื้อหามาใช้กันมาก เพราะราคาถูกทำให้เลือกซื้อได้หลายแบบและหลายสี แต่ความจริงแล้วเราสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ด้วยการดูที่น้ำที่ใส่คอนแทคเลนส์ ปกติทั่วไปจะใส ๆ ถ้าน้ำสีเปลี่ยนไม่ใสและมีกลิ่นแปลก ๆ ไม่ควรซื้อมาใช้ หรือเลือกซื้อยี่ห้อที่มีขายตามท้องตลาดเป็นที่รู้จักหรืออาจปรึกษาแพทย์ เวลาใช้ด้วยก็ได้</span><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">ทั้งขนตาปลอมและคอนแทคเลนส์ จักษุแพทย์  <strong>แนะนำว่าไม่ควรใส่นานเกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และเวลาถอดหรือใส่ควรล้างมือให้สะอาดที่สำคัญไม่ควรใช้ร่วมกับผู้อื่น</strong> บางคนที่ติดขนตาปลอมไม่ชำนาญไปให้ที่ร้านเสริมสวยติดให้ หากทางร้านดูแลเรื่องความสะอาดไม่ดีเท่าที่ควรอาจได้รับเชื้อโรคที่ติดจาก ผู้อื่นกลับมาด้วย</p>
<p>นอกจากขนตาปลอม และคอนแทคเลนส์จะเป็นอุปกรณ์ในการตกแต่งความงามที่เป็นที่นิยมแล้ว การใช้ “อายไลเนอร์ อายแชโดว์ และมาสคาร่า” ก็เป็นเครื่องสำอาง ที่ต้องใช้ควบคู่กันไปสำหรับตกแต่งดวงตาคู่สวยของสาว ๆ ให้มีสีสันคมชัดมากขึ้น ซึ่งเครื่องสำอางเหล่านี้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่มีผลเสียต่อดวงตาได้เช่นกัน เพราะเคยมีข่าวว่ามีการนำน้ำมันเครื่องมาเป็นส่วนประกอบของอายไลเนอร์ที่ เป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง ดังนั้นเราจึงควรเลือกใช้ยี่ห้อดี ๆ และควรทราบวันเดือนปีที่ผลิตและวันหมดอายุของเครื่องสำอางนั้น ๆ ด้วย</p>
<p><strong>อายไลเนอร์</strong>เป็น เครื่องสำอางใช้สำหรับกรีดตาให้ดูคม โฉบเฉี่ยวสวยงาม ส่วนอายแชโดว์ใช้ทาเปลือกตาเพิ่มสีสันให้ดวงตา และมาสคาร่าช่วยในการปัดแต่งขนตาให้งอนงามอยู่ได้นาน ซึ่งเครื่องสำอางเหล่านี้มีอายุการใช้งานดังนี้ ถ้าเป็นอายไลเนอร์ใช้ได้นาน 6 เดือนถึง 1 ปี อายแชโดว์ ถ้าเป็นชนิดผงใช้ได้นาน 2 ปี ชนิดน้ำ หรือน้ำมันจะมีอายุสั้นกว่านี้ ส่วนมาสคาร่าใช้ได้นานประมาณ 3 เดือนหลังจากเปิดใช้แล้ว หากหมดอายุไม่ควรนำมาใช้ถึงแม้ว่าจะยังใช้ไม่หมดก็ตามอย่าเสียดายเพราะจะมี ผลเสียต่อดวงตาของเรา</p>
<p>การแต่งตาด้วยเครื่องสำอางมาก ๆ จะมีผลเสีย  ทำให้ต่อมไขมันที่อยู่บริเวณเปลือกตาอุดตัน เกิดการอักเสบและเป็นตากุ้งยิง ดังนั้นเมื่อแต่งแล้วจึงควรล้าง ออกให้สะอาดหมดจดและหากอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ได้ออกไปไหนก็ไม่ควรแต่งตาหรือแต่งหน้า ควรปล่อยให้ดวงตาและใบหน้าได้พักผ่อนบ้าง</p>
<p>ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง แต่ถ้าแต่งมากเกินจนต้องเข้าสู่โลกมืด ลองถามตัวเองดูสิว่าคุ้มกันแล้วหรือยัง..? มาเริ่มต้นดูแลรักษาความปลอดภัยให้ดวงตาของคุณได้แล้ววันนี้ตามคำแนะนำของ จักษุแพทย์ ก่อนที่จะสายเกินแก้</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1670/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับดูแลใต้วงแขน</title>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1666</link>
		<comments>http://www.hotvariety.com/archives/1666#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Feb 2010 14:04:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Hotvariety.com</dc:creator>
				<category><![CDATA[เคล็ดลับสำหรับผู้หญิง]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับดูแลใต้วงแขน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.hotvariety.com/?p=1666</guid>
		<description><![CDATA[<img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-11.gif" width="17" height="17" alt="" title="เคล็ดลับสำหรับผู้หญิง" /><br/>
หนึ่งปัญหากลุ้มใจ ที่สร้างความไม่มั่นใจให้สาวๆ หลายๆ คนนั่นก็คือ ปัญหาใต้วงแขน ไม่ว่าจะเป็นวงแขนคล้ำ รูขุมขนบริเวณใต้วงแขนอักเสบ หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ปัญหาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้สาวๆ หมดความมั่นใจในการทำกิจกรรมต่างๆ (เอาเป็นว่าแค่จะยกแขนเกาะราวรถไฟฟ้าก็ไม่มั่นใจซะแล้ว) แถมบางครั้งยังทำให้กังวลจนบุคลิกภาพอีกด้วย  
โดยทั่วไปแล้วผิว หนังบริเวณรักแร้เป็นผิวหนังที่บอบบาง ประกอบด้วยต่อมเหงื่อและรูขุมขนจำนวนมาก รักแร้ของเรานั้นจะมีต่อมที่สร้างเหงื่ออยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ชนิดแรกเรียกว่า Eccrine Glands มีหน้าที่คอยสร้างเหงื่อเวลาที่มีอากาศร้อน เหงื่อชนิดนี้จะใสและไม่มีกลิ่น 
ส่วนต่อมเหงื่ออีก ชนิดมีชื่อว่า Apocrine Glands เหงื่อที่สร้างออกมาจะมีความเหนียวกว่าและพร้อมที่จะแปลงสภาพทันทีที่สัมผัส กับแบคทีเรียที่มีอยู่ตามผิวหนัง และกลายเป็นกลิ่นรักแร้หรือกลิ่นเต่านั่นเอง โดยแต่ละคนมีต่อม Apocrine ไม่เท่ากัน ใครที่มีน้อยก็ถือว่าโชคดีไป แต่สำหรับผู้ที่ต้องคอยซับเหงื่อคอยฉีดน้ำหอมก็คงไม่รู้สึกสนุกหรือมีความ สุขเท่าไหร่หรอกนะคะ
 กำจัดกลิ่นใต้วงแขน
สำหรับปัญหากลิ่น ไม่พึงประสงค์นั้นเราสามารถแก้ปัญหาได้ง่ายๆ โดยกำจัดเชื้อแบคทีเรียให้มากที่สุด เช่น อาบน้ำบ่อยๆ ใช้สบู่ฆ่าเชื้อทำความสะอาด ใช้โรลออนระงับกลิ่นกาย ใช้สารส้ม แต่ในคนที่มีปัญหามากอาจต้องขอคำแนะนำจากแพทย์ผิวหนังในการรักษา หรือลดจำนวนต่อมเหงื่อด้วยการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปที่รักแร้โดยตรง แต่มีข้อเสียคือ จะได้ผลชั่วคราวเพียง 3-4 เดือนเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมใหม่ในการใช้แสงเลเซอร์ลดจำนวนต่อมเหงื่อโดยตรงได้ อีกด้วยค่ะ (แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงนะคะ) 
ใต้วงแขนคล้ำทำยังไง
ตามปกติแล้วผิวใต้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="tweetmeme_button" style="float: right; margin-left: 10px;"><a href="http://api.tweetmeme.com/share?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1666"><img src="http://api.tweetmeme.com/imagebutton.gif?url=http%3A%2F%2Fwww.hotvariety.com%2Farchives%2F1666" height="61" width="51" /></a></div><img src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/icons/icon-11.gif" width="17" height="17" alt="" title="เคล็ดลับสำหรับผู้หญิง" /><br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/02/armpit_3.jpg"><img class="alignleft size-full wp-image-1667" title="armpit_3" src="http://www.hotvariety.com/wp-content/uploads/2010/02/armpit_3.jpg" alt="" width="300" height="200" /></a></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">หนึ่งปัญหากลุ้มใจ ที่สร้างความไม่มั่นใจให้สาวๆ หลายๆ คนนั่นก็คือ ปัญหาใต้วงแขน ไม่ว่าจะเป็นวงแขนคล้ำ รูขุมขนบริเวณใต้วงแขนอักเสบ หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ปัญหาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้สาวๆ หมดความมั่นใจในการทำกิจกรรมต่างๆ (เอาเป็นว่าแค่จะยกแขนเกาะราวรถไฟฟ้าก็ไม่มั่นใจซะแล้ว) แถมบางครั้งยังทำให้กังวลจนบุคลิกภาพอีกด้วย </span><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"> </span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">โดยทั่วไปแล้วผิว หนังบริเวณรักแร้เป็นผิวหนังที่บอบบาง ประกอบด้วยต่อมเหงื่อและรูขุมขนจำนวนมาก รักแร้ของเรานั้นจะมีต่อมที่สร้างเหงื่ออยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ชนิดแรกเรียกว่า Eccrine Glands มีหน้าที่คอยสร้างเหงื่อเวลาที่มีอากาศร้อน เหงื่อชนิดนี้จะใสและไม่มีกลิ่น </span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">ส่วนต่อมเหงื่ออีก ชนิดมีชื่อว่า Apocrine Glands เหงื่อที่สร้างออกมาจะมีความเหนียวกว่าและพร้อมที่จะแปลงสภาพทันทีที่สัมผัส กับแบคทีเรียที่มีอยู่ตามผิวหนัง และกลายเป็นกลิ่นรักแร้หรือกลิ่นเต่านั่นเอง โดยแต่ละคนมีต่อม Apocrine ไม่เท่ากัน ใครที่มีน้อยก็ถือว่าโชคดีไป แต่สำหรับผู้ที่ต้องคอยซับเหงื่อคอยฉีดน้ำหอมก็คงไม่รู้สึกสนุกหรือมีความ สุขเท่าไหร่หรอกนะคะ</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong> กำจัดกลิ่นใต้วงแขน</strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">สำหรับปัญหากลิ่น ไม่พึงประสงค์นั้นเราสามารถแก้ปัญหาได้ง่ายๆ โดยกำจัดเชื้อแบคทีเรียให้มากที่สุด เช่น อาบน้ำบ่อยๆ ใช้สบู่ฆ่าเชื้อทำความสะอาด ใช้โรลออนระงับกลิ่นกาย ใช้สารส้ม แต่ในคนที่มีปัญหามากอาจต้องขอคำแนะนำจากแพทย์ผิวหนังในการรักษา หรือลดจำนวนต่อมเหงื่อด้วยการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปที่รักแร้โดยตรง แต่มีข้อเสียคือ จะได้ผลชั่วคราวเพียง 3-4 เดือนเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมใหม่ในการใช้แสงเลเซอร์ลดจำนวนต่อมเหงื่อโดยตรงได้ อีกด้วยค่ะ (แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงนะคะ) </span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong>ใต้วงแขนคล้ำทำยังไง</strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">ตามปกติแล้วผิวใต้ วงแขนจะมีสีคล้ำกว่าผิวส่วนอื่นๆ เล็กน้อย เพราะเป็นส่วนที่ผิวย่นมารวมกันเหมือนคอหรือบริเวณขาหนีบ ฉะนั้นอย่ากังวลกับความขาวของส่วนนี้มากจนขาดความมั่นใจ เว้นแต่ว่าผิวส่วนนี้จะดำคล้ำกว่าสีผิวส่วนอื่นมากกว่าปกติ ก็ควรหาสาเหตุและวิธีดูแลให้ถูกต้องค่ะ</p>
<p>ปัญหารักแร้ดำเกิดได้จากหลาย สาเหตุ การรักษาจึงต้องแก้ไขตามอาการ หากเป็นการแพ้โรลออน ก็ควรเปลี่ยนไปใช้โรลออนยี่ห้อใหม่ที่ไม่มีสารสร้างกลิ่นหอม ที่ระบุว่า Fragrance-Free โดยสังเกตส่วนประกอบสำคัญบนฉลาก หากมีชื่อสารที่แพ้ควรหลีกเลี่ยงไปใช้ยาระงับกลิ่นแบบอื่นแทน ที่สำคัญความอ้วนและการเสียดสีบ่อยๆ ก็เป็นอีกสาเหตุของรักแร้ดำได้ การแก้ไขจึงควรลดน้ำหนัก หรือจะใช้ยาลดรอยดำหรือไวเทนนิ่งทาควบคู่ไปด้วยก็ได้ แต่ไม่ควรใช้กลุ่มที่มีกรดผลไม้ ไม่ว่า AHA หรือ BHA เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองยิ่งขึ้นค่ะ</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"><strong>มาดูแลขนรักแร้กันเถอะ</strong></span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"> บริเวณรักแร้เป็น ส่วนที่มีเส้นขนปกคลุมเพื่อลดการเสียดสีของผิวหนังใต้วงแขน แต่การกำจัดขนด้วยวิธีผิดๆ ก็อาจทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นอย่างเด่นชัดขึ้นหรือดูคล้ายหนังไก่ ทั้งยังจำกัดการขึ้นของขนเส้นใหม่ กลายเป็นขนคุดอยู่ภายในได้อีกด้วย การกำจัดขนรักแร้เดี๋ยวนี้ทำได้ไม่ยุ่งยากและมีหลายวิธี เช่น </span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">- การโกน เป็นวิธีที่ง่าย เร็ว สะดวก แต่ขนที่ขึ้นใหม่จะแข็งและหยาบขึ้น </span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;"> &#8211; การถอน เป็นวิธีที่สะดวก ทำให้ขนถูกถอนออกมาทั้งเส้น แต่ปัญหาคือยุ่งยากเสียเวลาและอาจทำให้เกิดปัญหาขนคุดและหนังไก่ได้</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">- การใช้ครีมกำจัดขน อาจทำโดยแวกซ์ขี้ผึ้งร้อนหรือเย็น การแวกซ์มีข้อดีคือ ทิ้งช่วงได้นานถึง 6 สัปดาห์ เพราะขนขึ้นช้า แต่มีข้อเสียคือ หากกระตุกแรงอาจทำให้รากขนขาด เกิดเป็นขนคุดอยู่ภายในได้ </span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">- การทำลายขนกึ่งถาวร เป็นการถอนขนด้วยเลเซอร์หรือใช้แสงทำลายตำแหน่งสร้างขนโดยตรง การกำจัดขนรักแร้ด้วยเลเซอร์ต้องทำ 4 ครั้งขึ้นไป ซึ่งผลการรักษาจะอยู่ที่ประมาณ 6 ปี</span></p>
<p><span style="font-family: MS Sans Serif; color: #494949; font-size: x-small;">ขอขอบคุณข้อมูลจาก :นิตยสาร Health&amp;Cuisine</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.hotvariety.com/archives/1666/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
