<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.9.1" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>HotVariety.com</title>
	<link>http://www.hotvariety.com</link>
	<description>รวมเรื่องทิปความสวยผู้หญิง - แต่งหน้า ทรงผม สุขภาพ เกมส์ ความรัก แฟชั่นเสื้อผ้า</description>
	<lastBuildDate>Fri, 05 Mar 2010 03:48:23 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>รูปร่างดี อกกระชับรับเรียวแขน</title>
		<description><![CDATA[
โดย : เพรียวลม
 เห็นเด็กสาว ๆ กังวลเรื่องความขาวใต้วงแขนแล้วคงไม่ต่างกับคนวัยเราเท่าไร ที่มักจะกังวลกับใต้ท้องแขนที่คอยแต่จะกระเพื่อมไปมา เวลาโบกไม้โบกมือทักกันแต่ละทีก็ต้องหนีบเหนียมกันสุดฤทธิ์

ที่ร้ายกว่าก็คือ อะไร ๆ ที่มันเคยชูชันอยู่ตรงหน้ากลับคล้อยต่ำตามแรงโน้มถ่วงนี่สิ เฮ้อ! เรื่องแบบนี้ปล่อยไว้นานไม่ดีแน่ ลองหาเวลามากระชับส่วนที่ห้อยย้อยกันดีกว่า&#8230;ว่าแล้วก็แนะเคล็ดลับเด็ด กระชับอก-แขน แบบ Body pumb กันซะเลย
 อุปกรณ์ที่ใช้มีเพียงดัมเบลล์ขนาดพอเหมาะ แบบที่ยกแล้วได้ความรู้สึกตึงกล้ามเนื้อแขนนิด ๆ นั่นละค่ะ ระวังอย่าให้เบาไปเดี๋ยวจะไม่ได้ผล หรือหนักไปเดี๋ยวกล้ามเนื้อจะแย่

ถ้าเลือกได้เหมาะมือแล้ว ก็ยืดหยุ่นกล้ามเนื้อด้วยการหมุนแขนซ้ายขวาหน้าหลัง แล้วเริ่มท่าที่ 1 กันเลยค่ะ
ท่าที่ 1 กระชับอก
step 1 : เอนตัวให้ช่วงหลังรับกับส่วนโค้งกับลูกบอล ในมือถือดัมเบลล์
step 2 : ศอกตั้งฉากในแนวเดียวกับช่วงไหล่ หุบแขนทั้งสองข้างเข้าหากัน พร้อมเกร็งกล้ามเนื้อช่วงอก แล้วกลับสู่ท่าเดิม
ท่าที่ 2 กระชับหน้าแขน
step 1 : นั่งหลังตรงบนลูกบอล (เก้าอี้) เท้าห่างพอประมาณ แขนทั้งสองอยู่ในท่าฉากแนบลำตัว หงายข้อมือถือดัมเบลล์
step 2 : ค่อย ๆ ยกดรัมเบลขึ้นระดับไหล่ เกร็งกล้ามเนื้อแขนขณะยก แล้วกลับสู่ท่าเดิม
ท่าที่ [...]]]></description>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1706</link>
			</item>
	<item>
		<title>ปากเหม็น เรื้อรังลางบอกเหตุโรคร้าย</title>
		<description><![CDATA[ปัญหา สุขภาพช่องปากที่สำคัญอย่าง ‘กลิ่นปาก’ ที่หอบเอาลมหายใจเหม็น ๆ ออกมาจากช่องปากทุกยามที่คุณปริปากนั้นเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจไม่ใช่ น้อย เพราะเคยทำให้ใครหลายคนพยายามสงวนคำพูด ลดโอกาสการสนทนา ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากให้คู่สนทนาได้กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ แถมยังบั่นทอนบุคลิกภาพที่ดีลงไปทว่า คุณจะเห็นเรื่องกลิ่นปากเป็นเรื่องเล็ก เพราะยามที่เริ่มส่งกลิ่นเหม็นเมื่อไหร่ ก็หยิบลูกอม หมากฝรั่ง ยัดใส่ปาก หรือไม่ก็ขอเวลานอกไปกลั้วปากบ้วนน้ำ แปรงฟัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูก โดยวิธีดังกล่าวเป็นการขจัดปัญหากลิ่นปากที่อาจเกิดจากการรับประทานอาหารบาง ชนิด แต่ถ้าสาเหตุของกลิ่นนั้นมาจากปัญหาอื่น ไม่นานกลิ่นปากก็จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเข้าตำราเรื้อรัง
&#8216;ศูนย์ ทันตกรรม Dentalis โรงพยาบาลเวชธานี&#8217; ที่เปิดให้การรักษาปัญหากลิ่นปากพบว่าร้อยละ 80-90 ของผู้ที่มีปัญหากลิ่นปากเรื้อรังมักมีสาเหตุมาจากปัญหาภายในช่องปาก ที่มีทั้งลิ้นเป็นฝ้า ร่องเหงือกอักเสบ โรคปริทันต์หรืออวัยวะรอบฟันอักเสบ แผลในช่องปาก ฟันผุ ฟันคุด ฟันซ้อนเก ฟันปลอมหรือวัสดุอื่น ๆ ที่ใส่เพื่อจัดแต่งฟันไม่สะอาดมีเศษอาหารติดค้าง
ส่วนปัจจัยภายนอก ที่ทำให้เกิดกลิ่นปากคือ อาหาร แม้จะไม่ใช่ตัวการก่อกลิ่นที่เรื้อรัง คุณก็ควรรู้ไว้ว่าการรับประทานอาหารจำพวกโปรตีนสูง อย่าง กระเทียม เครื่องเทศ หัวหอม รวมทั้งเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ จะนำพากลิ่นตุ ๆ ให้เกิดขึ้นในปาก รวมทั้งการสูบบุหรี่ด้วย
นอกจากสองปัจจัยที่กล่าว ไปแล้ว กลิ่นปาก อาจเกิดขึ้นเพราะร่างกายส่งสัญญาณบอกความเจ็บป่วยจากอวัยวะภายใน [...]]]></description>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1702</link>
			</item>
	<item>
		<title>9 เคล็ดลับต้านหวัด เรามาดูแลสุขภาพต้านหวัดด้วยวิธีต่อไปนี้</title>
		<description><![CDATA[
แม้ หลายคนจะคิดว่าเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง เราก็มีโอกาสเป็นหวัดได้เป็นธรรมดา แต่เชื่อไหมคะว่าหากแข็งแรงเต็มร้อยแล้ว ไม่ว่าอากาศจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร หวัดก็ไม่สามารถทำให้เราล้มหมอนนอนเสื่อกันได้ง่าย ๆ เรามาดูแลสุขภาพต้านหวัดด้วยวิธีต่อไปนี้กันค่ะ
1. นอนหลับให้เพียงพอ มีการศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าการนอนหลับไม่เพียงพอทำให้ จำนวนเซลล์ในร่างกายที่ทำหน้าที่ต่อต้านเชื้อโรคต่าง ๆ ลดลง จึงควรนอนหลับสนิททุก ๆ วัน
2. ออกกำลังกาย ชอบ ออกกำลังกายแบบไหน เลือกได้ตามความชอบและความถนัด แล้วทำอย่างต่อเนื่องวันละครึ่งชั่วโมงช่วยเพิ่มเซลล์ที่ป้องกันโรคภัยไข้ เจ็บได้มากมาย
3. ล้างมือด้วยสบู่ โดยใส่ใจการล้างมือเป็นพิเศษก่อนรับประทานอาหาร หลังกลับนอกบ้าน หลังจากใช้ห้องน้ำสาธารณะ สัมผัสกับสัตว์ และหลังการไอหรือจาม
4. แยกเก็บแปรงสีฟัน เมื่อมีคนในครอบครัวป่วย ให้แยกเก็บแปรงสีฟันของคนป่วยออกจากของคนอื่นๆ หลังจากหายป่วยแล้ว ให้จุ่มแปรงสีฟันในน้ำเดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรค
5. ซักผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดมือต้องสะอาดเสมอ แนะนำให้ซักในน้ำร้อนทุก 3-4 วัน โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นหวัดกันมาก
6. ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วย ป้องกันอาการป่วยได้ เนื่องจากน้ำทำให้เนื้อเยื่อต่าง ๆ ในระบบทางเดินหายใจชุ่มชื้น ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อโรคฝังตัว และทำให้ระบบภูมิชีวิตทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
7. เปิดหน้าต่าง เพื่อให้มีอากาศถ่ายเท ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับสารจากธรรมชาติในอากาศไปพร้อม ๆ กับไล่เชื้อโรคที่มีอยู่ด้วย ทำให้ระบบภูมิชีวิตแข็งแรงขึ้น
8. ผ่อนคลาย การทำสมาธิ [...]]]></description>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1698</link>
			</item>
	<item>
		<title>เปลือกผักผลไม้มีประโยชน์</title>
		<description><![CDATA[
ใคร ที่ชินกับการกินผักผลไม้ที่ต้องปอกเปลือกให้เกลี้ยงบ้าง อย่าง แตงกวา มันฝรั่ง มะนาว มะกรูด เป็นต้น ทราบหรือไม่ว่า เปลือกที่ปอกทิ้งไปนั้นก็มีประโยชน์เหมือนกัน วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน&#8230;
   เปลือกแอปเปิ้ล เชือ ว่ามีผลในการต่อต้านมะเร็ง ตามที่นักวิจัยพบว่าเปลือกของแอ๊ปเปิ้ลแดงผลหนึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ เทียบเท่าวิตามินซี 820 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ได้จากน้ำส้มคั้นถึง 2 ควอตช์ เลยทีเดียว
  เปลือกมันฝรั่ง อุดมไปด้วยใยอาหาร (fiber) ธาตุเหล็ก โปแตสเซียม และวิตามินบี มากกว่าที่ได้จากเนื้อมันเสียอีก เมื่อเทียบปริมาณเท่า ๆ กันแล้ว
  ผิวส้ม มะนาว หรือมะกรูด มี สาร ดี-ไลโมนีน (น้ำมันหอมระเหยชนิดหนึ่ง) เทอปีน เฮสเพอริดีน (ยาป้องกันการตกเลือดโดยลดความเปราะของเส้นเลือด) คูมาริน (สารต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย) และแคโรทีนอยด์ (สารสีเหลืองช่วยต้านอนุมูลอิสระ) ซึ่งดีต่อสุขภาพ
รู้อย่างนี้แล้ว ก็ลองหันมาทานผักผลไม้พร้อมทั้งเปลือกดู แต่ก่อนทานก็อย่าลืมล้างให้สะอาดก่อนแล้วกัน
ที่มาจาก www.thaihealth.info
]]></description>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1694</link>
			</item>
	<item>
		<title>วิธีถอนขนคิ้ว อย่างถูกวิธี ลองเข้ามาดูกันค่ะ</title>
		<description><![CDATA[ใครที่อยากมีคิ้วสวย แต่ไม่รู้จะถอนขนคิ้วอย่างไร วันนี้มีวิธีถอนขนคิ้วมาบอก&#8230;.
 ก่อนลงมือถอน ควรเตรียมผิวด้วยการลงเจลสูตรบางเบาที่มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้ ดอกคาโมไมล์ และน้ำมันสะระแหน่ เพื่อให้เกิดความเย็นและลดการอักเสบในระหว่างและหลังการถอนคิ้วเวลาถอนจะได้ เจ็บน้อยลง
 ใช้ดินสอเขียนคิ้ว เขียนรูปคิ้วที่ต้องการก่อน แล้วค่อยถอนส่วนที่เกินออก
 ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นหรือสิ้นสุดตรงไหน ให้ใช้ดินสอวาดขอบตาวางทาบเป็นแนวตรง จากด้านข้างของปลายจมูก แล้วถอนส่วนที่เกินออกมาทั้ง 2 ข้าง จากนั้นหันดินสอทาบจากปลายจมูกไปถึงหางตา ถอนส่วนที่เกินออกมาจากด้านนอกของแนวดินสอ
 เก็บรายละเอียดที่ใต้คิ้ว ตรงไหนเกินออกมาจากแนวคิ้วก็ถอนออกให้หมด หรือถ้าเผลอถอนออกมากเกินไป ก็สามารถใช้ดินสอเขียนคิ้วตกแต่งเพิ่มได้
เพียงเท่านี้ก็จะได้คิ้วที่สวยได้รูปตามใจตัวเอง&#8230;
]]></description>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1690</link>
			</item>
	<item>
		<title>เทคนิคแต่งหน้าดี ๆ แก้ไขจุดบกพร่อง</title>
		<description><![CDATA[
เดี๋ยวนี้แก้ไขรูปหน้าที่บกพร่องไม่ใช่เรื่องยากสำหรับสาว ๆ เพียงรู้เทคนิคแต่งหน้าดี ๆ ก็สวยได้โดยไม่พึ่งต้องศัลยกรรม
 ใต้ตาดูหมองคล้ำไม่สดใส ลองใช้ไฮไลท์ผสมประกายมุก เกลี่ยบริเวณรอบดวงตา
 ริมฝีปากบางควรใช้ลิปลายเนอร์เขียนเพิ่มขนาดรูปปาก ก่อนลงลิปสติกสีเดียวกันให้ทั่ว
 สาวแก้มเยอะ ใช้เฉดดิ้งสีน้ำตาลปัดไล้ใต้แนวโหนกแก้มและแนวกราม เพื่อให้ใบหน้าได้สัดส่วนขึ้น
 สุดท้ายปัดไฮไลท์สีสว่างที่หน้าผาก สันจมูก ปลายคาง และโหนกแก้ม ซึ่งถือเป็นจุดรับแสง จะช่วยให้หน้าดูสว่างสดใสขึ้น
 A. จมูก 
  จมูกแบน
แตะคอนซีลเลอร์สีเข้มกว่าผิวจริงบริเวณร่องจมูก (ระหว่างปีกจมูกและสันจมูก) ไล่ขึ้นไปจนถึงช่วงกลางจมูก จากนั้นใช้ไฮไลท์สีสว่างไล้จากปลายจมูกขึ้นไปเพื่อให้เห็นสันจมูกชัดขึ้น วิธีนี้จะทำให้จมูกดูโด่งอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่าการใช้อายแชโดว์สีน้ำตาล ไล้บริเวณข้างสันจมูก
  จมูกโด่งเป็นสันเกินไป

จมูกโด่งเกินไปใช่ว่าจะดี เพราะจะทำให้หน้าดูแข็ง ลองแตะคอนซีลเลอร์สีอ่อนบริเวณด้านข้างจมูกไล่ลงมาจนถึงปีกจมูก จากนั้นปัดแป้งสีเข้มกว่ารองพื้น 1 เบอร์ที่สันจมูกเบาๆ
  จมูกใหญ่หรือปีกจมูกใหญ่
แตะคอนซีลเลอร์สีเข้มกว่ารองพื้น 1 – 2 เบอร์ ที่ข้างสันจมูกทั้งสองข้างเล็กน้อย สีเข้มของคอนซีลเลอร์จะช่วยให้จมูกดูเล็กลง อาจปัดไฮไลท์ที่สันจมูกช่วยให้จมูกดูสมส่วนยิ่งขึ้น
 B. แก้ม 
  แก้มเยอะ

เริ่มจากหาตำแหน่งโหนกแก้มโดยการยิ้ม แล้วปัดบลัชออนบริเวณจุดสูงสุดของโหนกแก้มไล่เฉียงขึ้นไปถึงแนวขมับ แล้วปัดเฉดดิ้งจากข้างใบหูไล่มาตามแนวใต้กระดูกแก้ม เพื่อให้หน้าแลดูตอบลง
 Tip จริงๆ [...]]]></description>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1688</link>
			</item>
	<item>
		<title>Floral Prints Trend Spring/Summer 2010</title>
		<description><![CDATA[ชุดลายดอกยังไม่หมดยุคสมัย วันนี้ช้อคโกเกิร์ลกลับมาพร้อมกับแฟชั่นซีซั่นใหม่ของปี 2010 ค่ะ
ลาย ดอกสำหรับปีนี้จะเน้นความอบอุ่นที่ยังไม่จางหายตั้งแต่เมื่อปีก่อน แฟชั่นร่วมสมัยนี้ยังได้ออกแบบลวดลายและดีไซน์ที่ทันสมัยเข้ากับยุคใหม่ได้ เป็นอย่างดี สำหรับสีปีนี้จะเน้นสีสว่างสดใส เป็นที่น่าจับตามอง สิ่งหนึ่งที่ยังเก๋ไก๋ก็คือ สามารถใช้เป็นชุดลำลองที่ดูดีได้ ลองมาดูคำแนะนำเล็กๆน้อยในการเลือกซื้อนะคะ
สี
จะ ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะเลือกแบบไหน อาจจะเลือกที่สีตัดกันบ้างเล็กน้อย หรือสีโทนเดียวกัน ขนาดของลายดอกเองก็มีความสำคัญไม่น้อย  ซึ่งในแต่ละชุดอาจจะมีหลายลายหลายขนาดด้วยกัน ซึ่งจะให้ความรู้สึกที่เป็นอิสระในการจะเลือกใช้เครื่องประดับด้วย แต่ยังไงก็ตาม หากเลือกจะมีเครื่องประดับ ควรเลือกใช้เป็นกระเป๋าถือสักใบ สีเดียวเรียบๆ โทนสีอบอุ่นหรือสีโทนร้อนก็ได้ ให้เข้ากับชุด
รูปร่าง
การ เลือกขนาดลวดลายให้เหมาะกับรูปร่างของผู้หญิงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึง ถึง ผู้หญิงรูปร่างเล็กควรเลือกขนาดลายดอกกลางๆ เพื่อไม่เป็นการเพิ่มไซส์ให้กับรูปร่างมากเกินไป สำหรับสาวร่างใหญ่หรืออวบอั๋น เลี่ยงที่เลือกลายดอกใหญ่ๆ ให้เลือกลายเล็กๆ หรือมีลายดอกยาวๆ หรืออาจจะเลือกชุดลายดอกเพียงแค่บางส่วน เป็นเสื้อ กระโปรง หรือกางเกงก็เก๋ไก๋ไปอีกแบบ
เนื้อผ้า
สำหรับ ปีนี้ควรเลือกเนื้อผ้าที่นุ่มเบาสลาย หลายๆคนอาจจะรู้สึกไม่มั่นใจ แต่การเลือกใช้ผ้าไหมหรือผ้าชีฟอง ทำให้เราดูผอมลง และยังดูดีอีกต่างหาก การเลือกเนื้อผ้าก็ขึ้นอยู่กับรูปร่างของเราอีกเช่นกัน จะให้ดีควรลองหลายๆชุดเปรียบเทียบกันก่อนตัดสินใจซื้อ


ขอบคุณภาพจาก Style.com
]]></description>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1679</link>
			</item>
	<item>
		<title>ไม่ต้อง ผอมแห้ง ก็สวยได้</title>
		<description><![CDATA[
หลังจากที่เมื่อ ครั้งก่อน &#8220;พิงค์สเกิร์ต&#8221;ออกมาบ่นดังๆ ถึงค่านิยมนางแบบผอมๆ แบบ &#8220;โครงกระดูกเดินได้&#8221; ของวงการแฟชั่นในปัจจุบันไปแล้ว วันนี้เลยจะพาไปดูว่า ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้วนั้น นางแบบที่ &#8220;อวบอั๋น&#8221; เหมือนมนุษย์ปกติทั่วไปเนี่ยะ ก็ดูงดงามไม่แพ้กันและมีชีวิตมากกว่าที่ผอมแห้งเกินไปด้วยซ้ำ

การ รณรงค์เกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างเป็นเนื้อเป็นหนัก เริ่มจากแคมเปญ &#8220;Dove′s ′real women&#8221; ซึ่งคงพอจะได้ยินกันมาแล้ว แต่ล่าสุดนิตยสาร &#8220;V Magazine&#8221; ของสหรัฐฉบับเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้มอบพื้นที่เต็มๆ ให้กับภาพถ่ายแนวแฟชั้นของผู้หญิงที่มีรูปร่างหลากหลาย ผลงานของ &#8220;โซล์ฟ ซันด์สโบ&#8221; ตากล้องหนุ่มนอร์เวย์

จะ เห็นเลยว่า นางแบบทุกคนล้วนมีต้นขาเนื้อแน่น หน้าท้องที่ไม่แบบราบเหมือนเราๆ แถมยังไม่ต้องใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาลบสัดส่วนให้ดูสมบูรณ์แบบในนิยามของ ความผอมแห้งอีกด้วย

ตากล้องร กล่าวว่า &#8220;ผมชอบการถ่ายครั้งนี้ เพราะมันคือโอกาสแสดงให้เห็นว่า คนปกติอย่างเราๆ ก็สวยงามและเซ็กซี่ได้เช่นกัน&#8221; 
พิงค์สเกิร์ตเห็นด้วยเลยว่า &#8220;ถูกต้องที่สุด
]]></description>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1674</link>
			</item>
	<item>
		<title>แฟชั่นตาโต-ขนตาเด้ง สวยคู่ความเสี่ยง</title>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้หนุ่ม ๆ คงรู้สึกแปลกหูแปลกตากันยกใหญ่ที่เห็นสาวไทยน่ารักเหมือนสาวเกาหลี ดวงตากลมโต ขนตางอนเด้ง จนบางครั้งไม่กล้าเดินเฉียดเข้าไปใกล้ เพราะกลัวแขนเสื้อจะไปเกี่ยวขนตาคุณเธอเข้าประเดี๋ยวเป็นเรื่อง พอเพ่งเข้าไปใกล้ ๆ ถึงกับร้องอ๋อ&#8230;ที่แท้คุณสาว ๆ เธอติดขนตาปลอมและใส่คอนแทคเลนส์ตาโตนี่เอง&#8230;นึกว่ามีเชื้อเป็นลูกครึ่ง เกาหลีเสียอีก
ปัจจุบันแฟชั่นขนตาปลอมมาแรงแซงโค้งติดลมบนไม่เลิก สาวไทยหันมาแต่งเสริมเติมสวยกันมากขึ้นตามกระแสแฟชั่นสาวเกาหลี แต่หากห่วงสวยมากไปจนลืมนึกถึงผลเสียที่จะตามมาก็อาจ เป็นอันตรายต่อดวงตาคู่สวยถึงขั้นทำให้ตาบอดได้ พญ.วรรษา รุ่งภูวภัทร จักษุแพทย์โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ให้ความรู้ว่า ขนตาของมนุษย์เราจะมีขนตาบนมากกว่าขนตาล่าง โดยขนตาบนมี 120 เส้น และขนตาล่างมี 80 เส้น
ขนตามีประโยชน์ในการช่วยป้องกันสิ่งแปลก ปลอม เช่น ฝุ่น ควัน และละอองต่าง ๆ ซึ่งขนตาจะเป็นด่านแรกในการป้องกันสิ่งสกปรกต่าง ๆ ไม่ให้เข้าสู่ดวงตาของเราได้ ถ้าหากไม่มีขนตาจะทำให้สิ่งสกปรกรวมทั้งเชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาเราได้ง่ายขึ้น การติด “ขนตาปลอม” ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ขนตาธรรมชาติหลุดร่วง เนื่องจากการติดขนตาปลอมต้องใช้กาว บางคนอาจแพ้กาวจนทำให้ขนตาจริงแห้งเสียเปราะบาง และเวลาแกะขนตาปลอมออกขนตาจริงก็จะหลุดร่วงออกมาด้วย
อย่างไรก็ตาม ขนตามนุษย์สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้ทุก ๆ 1-2 เดือน ช่วงที่ไม่มีขนตาเราสามารถป้องกันฝุ่นละอองหรือสิ่งแปลกปลอมไม่ให้เข้าตาได้ ด้วยการสวมใส่แว่นตา ทำให้ขนตาร่วงไม่น่าเป็นห่วง แต่สิ่งที่ต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษคือดวงตาของเรานั่นเอง ดังนั้น ขนตาปลอมที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่สาววัยรุ่นและสาววัยทำงานนั้นต้องมี คุณภาพดีทั้งตัวขนตาปลอมเองและกาวที่ใช้สำหรับทาติดขนตาด้วย
ที่สำคัญเวลาเราติด ขนตาปลอมจะทำให้ขนตาเราเยอะขึ้นเป็นแผงมองดูแล้วสวยงาม [...]]]></description>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1670</link>
			</item>
	<item>
		<title>เคล็ดลับดูแลใต้วงแขน</title>
		<description><![CDATA[
หนึ่งปัญหากลุ้มใจ ที่สร้างความไม่มั่นใจให้สาวๆ หลายๆ คนนั่นก็คือ ปัญหาใต้วงแขน ไม่ว่าจะเป็นวงแขนคล้ำ รูขุมขนบริเวณใต้วงแขนอักเสบ หรือมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ปัญหาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้สาวๆ หมดความมั่นใจในการทำกิจกรรมต่างๆ (เอาเป็นว่าแค่จะยกแขนเกาะราวรถไฟฟ้าก็ไม่มั่นใจซะแล้ว) แถมบางครั้งยังทำให้กังวลจนบุคลิกภาพอีกด้วย  
โดยทั่วไปแล้วผิว หนังบริเวณรักแร้เป็นผิวหนังที่บอบบาง ประกอบด้วยต่อมเหงื่อและรูขุมขนจำนวนมาก รักแร้ของเรานั้นจะมีต่อมที่สร้างเหงื่ออยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ชนิดแรกเรียกว่า Eccrine Glands มีหน้าที่คอยสร้างเหงื่อเวลาที่มีอากาศร้อน เหงื่อชนิดนี้จะใสและไม่มีกลิ่น 
ส่วนต่อมเหงื่ออีก ชนิดมีชื่อว่า Apocrine Glands เหงื่อที่สร้างออกมาจะมีความเหนียวกว่าและพร้อมที่จะแปลงสภาพทันทีที่สัมผัส กับแบคทีเรียที่มีอยู่ตามผิวหนัง และกลายเป็นกลิ่นรักแร้หรือกลิ่นเต่านั่นเอง โดยแต่ละคนมีต่อม Apocrine ไม่เท่ากัน ใครที่มีน้อยก็ถือว่าโชคดีไป แต่สำหรับผู้ที่ต้องคอยซับเหงื่อคอยฉีดน้ำหอมก็คงไม่รู้สึกสนุกหรือมีความ สุขเท่าไหร่หรอกนะคะ
 กำจัดกลิ่นใต้วงแขน
สำหรับปัญหากลิ่น ไม่พึงประสงค์นั้นเราสามารถแก้ปัญหาได้ง่ายๆ โดยกำจัดเชื้อแบคทีเรียให้มากที่สุด เช่น อาบน้ำบ่อยๆ ใช้สบู่ฆ่าเชื้อทำความสะอาด ใช้โรลออนระงับกลิ่นกาย ใช้สารส้ม แต่ในคนที่มีปัญหามากอาจต้องขอคำแนะนำจากแพทย์ผิวหนังในการรักษา หรือลดจำนวนต่อมเหงื่อด้วยการฉีดโบท็อกซ์เข้าไปที่รักแร้โดยตรง แต่มีข้อเสียคือ จะได้ผลชั่วคราวเพียง 3-4 เดือนเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมใหม่ในการใช้แสงเลเซอร์ลดจำนวนต่อมเหงื่อโดยตรงได้ อีกด้วยค่ะ (แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงนะคะ) 
ใต้วงแขนคล้ำทำยังไง
ตามปกติแล้วผิวใต้ [...]]]></description>
		<link>http://www.hotvariety.com/archives/1666</link>
			</item>
</channel>
</rss>
